ปลัดแรงงาน เผยหลังประชุมร่วมอนุทิน ได้ข้อสรุปเยียวยาท่วมใต้ให้ผู้ประกอบการกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ 2.35 ต่อปี

วันที่ 30 พ.ย. 2568 ที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการ หอการค้าจังหวัด และภาคธุรกิจจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม

ร่วมกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศ.กิตติคุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการและผู้ประกอบการภาคเอกชนในพื้นที่เข้าร่วมการประชุมด้วย

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า การประชุมเพื่อรับฟังผลกระทบจากภาคเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการฟื้นฟูโดยบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน และฝ่ายปกครอง เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างเร็วที่สุด และเร่งฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้มาตรการดูแลนายจ้างและผู้ประกันตนที่อุทกภัยภาคใต้ระยะเร่งด่วน 3 มาตรการ คือ มาตรการแรก กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย กรณีเกิดภัยพิบัติธรรมชาติผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานหรือสถานประกอบการไม่สามารถประกอบกิจการได้ ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 180 วัน

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวต่อว่า มาตการที่ 2 โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถานประกอบการ เพื่อรักษาการจ้างงาน ร่วมกับธนาคาร 7 แห่ง กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก สูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 2.35 ต่อปี กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 4.75 ต่อปี และมาตรการที่ 3 ขยายเวลานำส่งเงินสมทบ

โดยขยายกำหนดเวลายื่นแบบการส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ ใน 6 งวดค่าจ้าง ดังนี้ งวดเงินสมทบ พ.ย.68 ภายใน 15 มี.ค.69 , งวดเงินสมทบ ธ.ค.68 ภายใน 15 เม.ย.69 , งวดเงินสมทบ ม.ค.69 ภายใน 15 พ.ค.69 , งวดเงินสมทบ ก.พ.69 ภายใน 15 มิ.ย.69 , งวดเงินสมทบ มี.ค.69 ภายใน 15 ก.ค.69 และ งวดเงินสมทบ เม.ย.69 ภายใน 15 ส.ค.69

ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตนในช่วงที่เกิดเหตุภัยพิบัติ ไม่ให้เกิดการชำระเงินสมทบล่าช้าและเกิดเงินเพิ่มและไม่เสียสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน