ชัชชาติ สั่งเตรียมพร้อม ระบบเตือนภัย-แผนอพยพ หวั่นเกิด ‘เรนบอมบ์’ ในกทม. เตรียมแผนระยะยาวป้องกันน้ำ ลั่นต้องถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่
กรุงเทพมหานคร – ที่โรงเรียนราชบพิธ เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ถึงการถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมเรียก น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. เข้าห้องเย็น เตรียมฉากทัศน์กรณีหากเกิดฝนแช่ ทั้งเตรียมความพร้อมระบบเตือนภัยและแผนอพยพ
นายชัชชาติ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นนาทีทองที่เห็นปัญหา จึงต้องมาปรับปรุงเพื่อสร้างความมั่นใจ ปัจจุบันกทม. มีจุดเสี่ยงน้ำท่วม 577 จุด จึงให้ทบทวนโครงการระยะยาวต่าง ๆ พร้อมกับดำเนินการตาม 6 ข้อสั่งการดังนี้
1. ทำแบบจำลองสถานการณ์และทบทวนแบบจำลองที่มี เพราะหัวใจคือการนำข้อมูลกับการพยากรณ์อากาศใส่ไปในแบบจำลอง ทำให้เตือนภัยได้ดีขึ้น
2. ทบทวนระบบเตือนภัยแจ้งเหตุ เนื่องจาก กทม. คงไม่มีการอพยพเหมือนต่างจังหวัด การอพยพจึงทำเฉพาะพื้นที่จำเป็น
3. ให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตรวจเช็กและจัดระเบียบรายการอุปกรณ์สำหรับใช้กู้ภัย รวมถึงประสานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดเหตุสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นระบบ
4. จัดลำดับผู้บัญชาการเหตุการณ์และการสั่งการตามลำดับความรุนแรงของเหตุการณ์ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ รศ.ดร.ทวิดา
5. เตรียมแผนระยะยาวในการป้องกันน้ำ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ แต่ให้ทบทวนว่าต้องเพิ่มอะไรหรือไม่ และ
6. บูรณาการภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน หากเกิดเหตุจะสามารถดำเนินการได้ครบทุกมิติ
นายชัชชาติ กล่าวต่อถึงความกังวลระเบิดฝน (Rain Bomb) ว่า ปีนี้เริ่มเห็นเรนบอมบ์ กทม. เจอฝนหนักกว่า 100 มม./ชั่วโมง เยอะมาก เป็นผู้ว่าฯกทม. มา 3 ปียังไม่เคยเจอ แต่สถานการณ์ในกรุงเทพฯ ไม่ได้น่ากลัวเหมือน จ.สงขลา เนื่องจากน้ำส่วนใหญ่มาจากภูเขา มาเร็วมาก แต่กรุงเทพฯ มีน้ำเหนือที่ทยอยมา ทำให้เตือนล่วงหน้าได้ เตรียมตัวได้ รูปแบบอาจจะไม่เหมือนกัน 100%
หากมีแบบจำลองที่แม่นยำ มีการคาดการณ์จุดเฝ้าระวัง เช่น ชุมชนแออัด บ้านชั้นเดียวที่ไม่สามารถหนีได้จะต้องมีการอพยพหนีภัย ส่วนอาคารสูงให้อยู่กับที่และต้องเตรียมตัวให้พร้อม