เอม-โอ๊ค พร้อมครอบครัว เยี่ยม ทักษิณ ขังครบ 3 เดือน ไม่สนปม ‘ปวิน’ ปูดภาพสัมพันธ์ ‘ลลิต’ กรมราชทัณฑ์ แย้มครบ 6 เดือน ช่วงมี.ค.69 อาจได้รับพักโทษ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ธ.ค.2568 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร บรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ถือเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 23 หลังคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 2 เดือน 29 วัน
โดยมีน.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ภรรยาของนายพานทองแท้ ทั้งนี้ ทุกคน มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยังไม่ปรากฏความเครียด ความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน
ทั้งนี้ ยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับและให้กำลังใจ เมื่อครอบครัวชินวัตรมาถึง ได้ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนและคนเสื้อแดง ก่อนเดินเข้าไปด้านในเรือนจำฯ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเข้าเยี่ยมญาตินายทักษิณในวันนี้ ค่อนข้างเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน เนื่องจาก นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นภาพ นายทักษิณ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถ่ายรูปร่วมกันกับนายลลิต โมดิ
โดยอ้างว่านายลลิต คือ อดีตผู้บริหารระดับสูงของวงการคริกเก็ตอินเดียที่ถูกศาลอินเดียออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในการจัดการสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันคริกเก็ต อินเดียนพรีเมียร์ลีก (IPL) และตอนนี้คือผู้ลี้ภัยจากอินเดียและอังกฤษ เสมือนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดนายทักษิณ ส่วนใหญ่จึงมีสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกดำเนินคดีอาญา หรือถูกคว่ำบาตรทางการเงิน
ต่อมาเวลา 11.30 น. โดยใช้เวลาเยี่ยม 30 นาที น.ส.พินทองทา เผยว่า ตอนนี้ก็ครบสามเดือนแล้ว แต่ทราบว่าสุขภาพนายทักษิณ ก็มีความดันสูง ในฐานะลูกก็ห่วงทุกวัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงภาพถ่ายที่นายปวิน นำมาโพสต์นั้น น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ สามี ไม่ได้ตอบแต่อย่างใด ก่อนเดินทางออกไปพื้นที่เรือนจำฯ
ขณะที่นายพานทองแท้ ได้แต่ยิ้ม เมื่อถูกถามถึงการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ได้มีการพูดคุยกับคุณพ่ออย่างไรบ้าง ก่อนเดินขึ้นรถยนต์พร้อมกับภรรยา ออกจากพื้นที่เรือนจำฯ เช่นเดียวกับนายวิญญัติ ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายทักษิณ และนายลลิต ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
มีรายงานจากกรมราชทัณฑ์ ว่า นายทักษิณ ปัจจุบันยังเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง ยังไม่ได้เลื่อนปรับเป็นชั้นดี เนื่องด้วยกระบวนการของระดับเรือนจำฯ ยังไม่มีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอปรับเลื่อนชั้นไปยังส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ จึงยังคงชั้นกลางดังเดิม
ขณะที่กรอบเวลาการได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไปนั้น นายทักษิณ จะต้องถูกคุมขังเป็นเวลา 6 เดือนก่อน จึงจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษ ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือน มี.ค.2569 เนื่องจากเงื่อนไขหลักในการขอพักโทษ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ระบุว่า ระยะเวลาที่ต้องรับโทษ ต้องได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า