ยังไม่เคลียร์! “บิ๊กโจ๊ก” ทวงถามปม รอง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด ถอนตัวคดีฟ้อง ผบ.ตร.สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ศาลปกครองสูงสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาเพื่อติดตามความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีที่ตนยื่นฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กรณีที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบใน 2 ประเด็น

ซึ่งประเด็นแรก คือได้ทำหนังสือสอบถามว่า ทำไมรองประธานศาลปกครองสูงสุด อาวุโสอันดับที่ 1 ถึงถอนตัวจากการพิจารณาคดี สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่องค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดมีมติ 3 ต่อ 2 ตัดสินว่า คำสั่งของ ผบ.ตร.นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนจะเกิดการแทรกแซงโดยรองประธานศาลปกครองสูงสุดรายหนึ่งที่อ้างว่า เป็นคำสั่งของประธานศาลปกครองสูงสุด เพื่อมาพลิกมติทำให้คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่ในเวลาต่อมา ตนจะยื่นฟ้องประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานแผนกฯ ตามความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

ภายหลังมติขององค์คณะถูกเห็นแย้งโดยประธานแผนกฯ จึงต้องส่งเรื่องให้ประธานศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัย แต่เนื่องจากตนได้ยื่นฟ้องประธานศาลปกครองสูงสุดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือว่ามีสถานะเป็นคู่ความในคดี ไม่สามารถจะพิจารณาคดีของตนได้ เลยถอนตัวไป คดีของตนจึงต้องตกไปยังรองประธานศาลปกครองสูงสุดอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งตนก็มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม

แต่ปรากฏว่าไม่นานมานี้ ทราบมาว่ารองประธานศาลปกครองสูงสุดอาวุโสอันดับ 1 รายนี้ถอนตัวที่จะรับพิจารณาคดีของตน จึงทำให้ตนเกิดความสงสัยว่า เพราะอะไรถึงถอนตัวหรือเกิดการกดดันภายในศาลปกครองจนนำมาสู่การถอนตัว

ตนเลยยื่นหนังสือถึงรองประธานศาลปกครองสูงสุดอาวุโสอันดับที่ 1 รายนี้ ให้ชี้แจ้งเหตุผลภายในวันที่ 10 ธันวาคม มิเช่นนั้นจะถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและจะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในความผิดตามมาตรา 157 ต่อไป เพราะถือว่าไม่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ตนเอง

ประเด็นที่สอง คือตนมายื่นขอให้ตุลาการศาลปกครองสูงสุดกว่า 60 คน ทบทวนมติการรับคดีของตนเข้าที่ประชุมใหญ่ เพราะเนื่องจากความพยายามของประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมพวกที่ต้องการจะแทรกแซงกดดันคดีของตน โดยใช้วิธีการที่รองประธานศาลปกครองสูงสุดอาวุโสอันดับ 1 ถอนตัว ก่อนจะลัดขั้นตอนนำคดีของตนขึ้นสู่ที่ประชุมใหญ่ เพื่อนำมาสู่การแทรกแซงและพลิกคำตัดสินให้คำสั่งให้ตนออกจากราชการไว้ก่อนนั้นชอบด้วยกฎหมาย

ตนจึงมายื่นเพื่อให้ตุลาการศาลปกครองสูงสุดท่านอื่น ๆ ทบทวนมติดังกล่าวและไม่ให้ท่านตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม ซึ่งถ้าหากตุลาการทุกท่านยังฝืนที่จะรับคดีของตนไว้พิจารณาในที่ประชุมใหญ่นั้น ตนก็เตรียมฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับตุลาการศาลปกครองสูงสุด ที่ลงมติในเสียงข้างมากทุกคนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน