ปกรณ์วุฒิ เชื่อ แก้รธน.วาระ 2 พิจารณาจบ 2 วันได้ ชี้ถ้าขยายเพิ่ม มั่นใจไม่กระทบไทม์ไลน์วาระ 3 เผยยังไม่มีสัญญาณยุบสภาเร็วๆนี้ ดักคอนายกฯอย่าลืมสัญญา

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 9 ธ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ในวันที่ 10-11 ธ.ค.นี้ว่า การประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้น่าจะใช้เวลาพอสมควร เพราะมีมาตราพิจารณาค่อนข้างเยอะ

ส่วนเรื่องแบ่งกรอบเวลาในการอภิปรายนั้น ตนอยากให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย ไม่ได้แบ่งเวลา แต่เป็นการพูดคุยทำความเข้าใจ เพราะการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 2 วัน สามารถขยายไปวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งเป็นการเปิดสมัยประชุมแล้วได้

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า แต่จากการพูดคุยไม่เป็นทางการกับทุกฝ่าย ซึ่งเห็นตรงกันว่าอยากให้จบภายใน 2 วัน แต่ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสในการอภิปรายของสมาชิก ทั้งนี้ หากพิจารณาจบในวันที่ 11 ธ.ค. จะทำให้การลงมติวาระ 3 สามารถกำหนดให้เร็วขึ้นได้ และน่าจะเป็นประโยชน์

ฉะนั้น ทุกฝ่ายจึงเห็นตรงกันว่าจะพยายามรักษาเวลาเพื่อให้จบได้ภายใน 2 วัน ซึ่งจากการดูตารางของประธานสภาฯ ท่านวางเวลาขึ้นบัลลังก์ไว้ค่อนข้างดึกทั้ง 2 วัน แต่หากไม่จบจริงๆ อาจจะพิจารณาต่อในวันที่ 12 ธ.ค. แต่อาจจะทบไทม์ไลน์วาระ 3 ไปประมาณ 2 วัน ซึ่งไม่ได้มีปัญหา

“หากจบการพิจารณาวันที่ 12 ธ.ค.ไทม์ไลน์วาระ 3 จะอยู่วันที่ 29 ธ.ค. แต่หากจบวันที่ 11 ธ.ค. ไทม์ไลน์วาระ 3 จะอยู่วันที่ 26-27 ธ.ค.ก็ยังเป็นไปได้อยู่ ต่อให้จะจบวันที่ 12 ธ.ค. ก็ยังไม่กระทบกับไทม์ไลน์ ซึ่งการขอเปิดประชุมในวันที่ไม่ใช่วันประชุมสภาฯ นั้น ต้องพูดคุยกันอีกครั้งระหว่างทุกฝ่าย เพราะประธานต้องหารือกับทุกฝ่ายด้วย ซึ่งปกติประธานไม่ได้ตัดสินใจอะไรโดยพลการ ท่านปรึกษาทุกพรรคอยู่แล้ว” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะยุบสภาก่อนเข้าวาระ 3 นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นสัญญาณอะไร ซึ่งพรรคประชาชนยังยืนยันว่าอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และคิดว่าเรื่องนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพ และลดอำนาจนอกระบบที่มาทำลายอำนาจที่มาจากประชาชนให้ได้มากที่สุด รวมถึงให้มีฉันทามติจากประชาชนในการกำหนดกติกา โครงสร้างทางการเมืองที่ประชาชนต้องการให้ได้มากที่สุด

“การยุบสภาไม่ได้อยู่ในมือของพรรคประชาชนอยู่แล้ว เป็นเรื่องของนายกฯ และคาดหวังว่านายกฯจะรักษาคำสัญญาที่ไม่ได้ให้ไว้กับพรรคประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ตอนที่ลงมติให้เป็นนายกฯ ได้ให้สัญญากับประชาชนทั้งประเทศว่าจะทำอะไรบ้าง หวังว่าท่านจะรักษาสัญญา” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าอาจจะทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ทันกับการเลือกตั้งทั่วไป เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กังวลว่าข้อมูลที่ทำประชามตินั้นจะส่งถึงประชาชนไม่ทัน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า นายกฯ ต้องทำความเข้าใจกับกกต.ก่อน ว่าควรจะเป็นวันเดียวกัน

หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองที่ต้องยุบสภา นายกฯ ต้องเตรียมการตรงนี้ด้วย คิดว่ายังไม่มีอะไร และการแก้รัฐธรรมนูญจะผ่านวาระ 3 ไปได้ โดยสามารถทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งได้ ซึ่งกระบวนการก่อนไปถึงประชามติ มีกรอบกฎหมายอยู่แล้ว

ทุกสิ่งที่เราวางแผนกันมา ถ้าเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดเอาไว้คร่าวๆ สามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกับทำประชามติได้ทันตามที่กกต.ระบุ จะดำเนินการทำประชามติพร้อมกับวันเลือกตั้งได้

“หวังว่ากกต. จะทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งหน้าที่ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง จัดทำเลือกตั้ง จัดทำประชามติ ให้เป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าไม่เกินกำลังฝีมือของกกต. ที่มีบุคลากรจำนวนมาก” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน