“สว.นันทนา”อ้างเสียงประชาชน ขอให้กลับมติ กมธ.ข้างมาก สร้างกลไกทำรธน. ที่ขาดประชาชนมีส่วนร่วม เหน็บยังไม่เข็ดอีกหรือ เลือกกันเองแบบสว. หากเป็นพวกที่เชื่อมโยงสแกมเมอร์ อาจได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับสีเทา ขณะที่ สส.พท.ซัดระวังรัฐธรรมนูญจะอยู่ไม่นาน
เวลา 12.10 น. วันที่ 10 ธ.ค. 2568 ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ.. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งอยู่ระหว่างการอภิปรายร่างมาตรา 4 ซึ่ง กมธ.เสียงส่วนใหญ่ เสนอให้มี กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อของผู้สมัครได้รับเลือกด้วยสูตร 20 หยิบ 1 และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อของบุคคลที่สมัครรับคัดเลือก ด้วยสูตร 20 หยิบ1
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อภิปรายว่า เชื่อว่าประชาชนผิดหวังกับกรณีที่ กมธ.ตัดสิทธิของประชาชนที่จะได้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงในคูหาเลือกตั้ง และกรณีที่ให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการสมัครกันเองนั้น ขัดหลักการและบิดเบือนร่างแก้รัฐธรรมนูญ ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่รัฐสภาลงมติรับให้เป็นร่างหลักพิจารณา
อย่างไรก็ตามเครือข่ายประชาชนเขียนรัฐธรรมนูญ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภากลับมติของกมธ.เสียงข้างมาก โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกของประชาชน เพราะหากให้มีผู้ร่างรัฐธรรมนูญตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอ เป็นวิธีที่สมาชิกรัฐสภาเลือกผู้สมัครเข้ามาเองในสูตร 20 หยิบ 1 ด้วยวิธีดังกล่าวจะยึดโยงประชาชนอย่างไร เพราะมีสว.ที่ไม่ได้มาจากประชาชน โดยเฉพาะสว.เสียงข้างมาก สามารถหยิบผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้ 7-8 คน ส่วนที่เหลือต้องไปเกาะกับพรรคการเมืองจะได้เป็น กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยวิธีนี้จะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน
“ยังไม่เข็ดอีกหรือที่เลือกกันเองแบบ สว. ที่ได้มาโดยประชาชนไม่ได้เลือก และเมื่อเข้ามาเป็นแล้ว ไม่เคยทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญมุ่งเพื่อรักษาอำนาจของพวกพ้อง ทั้งเสนอให้ สว.อยู่ครบวาระ 5 ปี มีอำนาจแก้รัฐธรรมนูญ ได้ไปเป็น สส. เป็นรัฐมนตรี หลังพ้น สว. หากได้คนร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชน เขาจะคิดถึงประโยชน์ของตนเองมากกว่าประโยชน์ประชาชน และรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศจะยอมให้กลุ่มฮั้ว ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง หากเป็นพวกที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ อาจได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับสีเทาได้” น.ส.นันทนา กล่าว
ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.อภิปรายว่า ตนเสียดายที่ไม่ได้เสนอคำแปรญัตติ ซึ่งการแก้ไขกลไกทำรัฐธรรมนูญใหม่ของกมธ. จะกังวลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตนไม่แน่ใจในเหตุผลของ กมธ.ที่ตัดคูหา ยกคูหาหนีประชาชน ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ กมธ.เสียงข้างน้อยพูดเสียงเดียวกันว่าอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงขอยืนยันให้มีสภาที่ปรึกษาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตั้งแต่ต้นทาง และของกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นที่เสนอทั้ง สสร. และสภาที่ปรึกษาหารือเพื่อเอาโมเดลใดโมเดลหนึ่งที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาส
ขณะที่นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การใช้สูตร 20 หยิบ 1 มีปัญหาที่มองเห็นได้ว่า หากมีคนควบคุมได้ 18 กลุ่ม จาก 35 กลุ่ม ควบคุมการเป็นไปของรัฐธรรมนูญแบบเบ็ดเสร็จ เพราะใช้เสียงเพียง 198 เสียง เป็นสิ่งที่น่ากังวล เหตุผลการเลือกแบบกลุ่ม กลุ่มที่รวมตัวเหนียวแน่น หรือจัดการเป็นระบบ และมีกติกาที่เอื้อต่อการเลือก สามารถควบคุมความเป็นไปของรัฐธรรมนูญได้เบ็ดเสร็จ หากมีพรรคการเมืองหรือกลุ่มสีน้ำเงินมีสส. 100 คน สว. 150 เสียง รวม 250 เสียง สามารถควบคุมได้
“สส.สีน้ำเงิน 80 เสียง หรือเป็น 100 เสียงตอนนี้ และร่างเขียนกติกาเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญให้ประธานรัฐสภายุคหน้ากำหนด หากเลือกตั้งงเที่ยวหน้ารัฐบาลเป็นสีน้ำเงิน และสว.สีน้ำเงิน จะได้รัฐธรรมนูญสีน้ำเงินอย่างแท้จริง ทั้งนี้ สีน้ำเงินไม่ใช่สีที่เสียหาย แต่ตามหลักประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญต้องเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะเมื่อใดที่มีรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้เปรียบ รัฐธรรมนูญอยู่ไม่นาน” นายจิตติพจน์ กล่าว