มาตรา 256/26 ผ่านฉลุย ‘พิสิษฐ์’ ขอถอนคำสงวนแปรญัตติ ให้ สว.-องค์กรอิสระ ตามรธน. 60 อยู่ครบวาระ แจงลดข้อครหา หวังยื้ออำนาจ ด้านเพื่อไทย ฝังใจศาลรธน.อำนาจล้นฟ้า

วันที่ 11 ธ.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ)เป็นพิเศษ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พ.ศ…. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว โดยพิจารณาเรียงรายมาตรา ในวาระสอง โดยพิจารณาต่อเป็นวันที่ 2

โดยเวลา 13.30 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 256/26 ที่กมธ.เสียงข้างมาก กำหนดสาระสำคัญให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญส่งให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบ โดยมีเนื้อหาสำคัญ อาทิ 1.มีการรับรองความเป็นราชอาณาจักรอันเป็นหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้ 2.การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งการเสนอให้คงไว้เรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การจำกัดขอบเขตการใช้อำนาจรัฐ การใช้ดุลยพินิจขององค์กรรัฐ การคงไว้ซึ่งอำนาจของสว. การสนับสนุนการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. อภิปรายว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรวางขอบเขตการใช้ดุลพินิจองค์กรรัฐ การควบคุมมิให้ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแถมในสิ่งที่ไม่ได้ถาม จึงควรจำกัดอำนาจองค์กรอิสระ ไม่ให้ดุลยพินิจ 9 คน มาตัดสินคนที่ประชาชนเลือกมาทั้งประเทศ ไม่ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีทุก 1 ปี เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ขัดเจตนารมณ์ประชาชน

หรือหลายคดีในองค์กรอิสระ เช่น กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ยอมดำเนินการ แต่กรณีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ป.ป.ช.เตรียมจะตัดสินในเดือนธ.ค.นี้ ทั้งสองคดีมีมาตรฐานเดียวกันหรือไม่

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะกมธ. อภิปรายว่า หลังจากสงวนความเห็นเพิ่มเติมเนื้อหาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มี 3 เรื่องคือ 1.การเปิดโอกาสให้สว.ที่พ้นวาระแล้ว ลงสมัครเป็นสส.ได้ โดยไม่มีข้อจำกัดระยะเวลา หลังจากสมาชิกภาพการเป็นสว.สิ้นสุดลง แต่ลงสมัครสว.ไม่ได้

2.มีบทเฉพาะกาลให้รับรองสมาชิกภาพสว.ให้ดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปี และ 3.บทเฉพาะกาลให้มีการรับรองวาระดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระให้ดำรงตำแหน่ง จนครบวาระ

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ปรากฏว่า สว.ส่วนใหญ่ทักท้วง เพราะเกรงว่าอาจถูกครหาว่า ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ยื้ออำนาจสว.ไว้ ดังนั้น เพื่อความสง่างาม ถอนข้อสงสัยออกจากวาระซ่อนเร้นการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญปราศจากข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน จึงขอถอนสิ่งที่สงวนความเห็นทั้ง 3 ข้อ โดยไม่ติดใจใดๆ

ด้านนายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญใหม่ควรจำกัดขอบเขตการใช้ดุลยพินิจองค์กรอิสระ เพราะถูกตั้งคำถามมากมาย เรื่องอำนาจล้นฟ้าของศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ควรให้อำนาจวินิจฉัยเฉพาะการพิจารณาบทบัญญัติที่ขัดรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่วินิจฉัยแถมให้ประเทศวุ่นวาย ล่าสุด วินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญแถมไม่ให้รัฐสภาเลือกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าประชาชนยังจดจำวลีของตุลาการรัฐธรรมนูญคนหนึ่งได้ดีว่า ให้ประเทศหมดถนนลูกรัง ค่อยมีรถไฟความเร็วสูง เป็นการที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจชี้นำการบริหารประเทศของรัฐบาล

จึงควรกลไกป้องกันและตรวจสอบการใช้อำนาจตามอำเภอใจขององค์กรอิสระ และมีมาตรการถอดถอน ลงโทษบุคคลในองค์กรของรัฐ องค์กรอิสระ และองค์กรตุลาการ โดยสภาผู้แทนราษฎรและประชาชน อย่างไรก็ตาม ดูแล้ว การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้จะได้ใช้ประโยชน์ เพราะมีการพูดถึงเรื่องยุบสภาทุกวัน

จากนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกมธ.เสียงข้างมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน