ภูมิใจไทย หนุน สว.เพิ่มเกณฑ์ 1 ใน 3 โหวต รธน.ใหม่ เตือนสติเพื่อนสมาชิก ขอให้มองเป้าหมายหลักคือการแก้รัฐธรรมนูญ กังวลเป้าหมายที่ร่วมสร้างกันมาจะล้มเหลว พวกเราจะกลับบ้านมือเปล่า
เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 11 ธ.ค.68 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หารือว่า ตนอยากเตือนสติฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และวุฒิสภา เรากำลังอยู่ในการแก้ไขกฎหมายของประเทศ ตลอดวันครึ่งที่ผ่านมา ดูเหมือนเป้าหมายใหญ่ของพวกเราที่จะเดินไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
แต่วันนี้เมื่อได้ฟังเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะวุฒิสภาอภิปราย ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เป้าหมายหลักใหญ่ของพวกเราทั้งหมดในการที่จะปลดล็อก เพื่อที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ เป้าหมายของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภท. พวกเราพูดแล้วทำ รับปากเขาไว้ 1.แก้รัฐธรรมนูญ 2.ทำประชามติ 3.ยุบสภา ซึ่งทั้ง 3 เรื่องพวกเรายึดถือ เพื่อรักษาคำมั่นของพวกเราเอาไว้
“เรื่องรัฐธรรมนูญ พวกผมอยากเห็นและอยากถามเพื่อนสมาชิกทุกพรรค รวมถึงวุฒิสภาว่า เรากำลังพูดเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช่หรือไม่ แต่เป้าหลักใหญ่ของพวกผมยังเหมือนเดิม คือการให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากท่านประธานได้ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายแสดงถึงความห่วงใย ข้อกังวล และคาดการณ์ไปได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในการลงมติอีก 15 วันข้างหน้าในวาระ 3 เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ก็เขียนเอาไว้ว่า เราต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. 1 ใน 3 แต่เสียงของวุฒิสภาที่ได้ส่งถึงพวกเรา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้ คาดเดาได้ไม่ยากว่า ในอีก 15 วันข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น” นายกรวีร กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า คำถามที่ตนอยากถามเพื่อนสมาชิกคือ เราจะเดินไปถึงจุดนั้นหรือ เราจะปล่อยให้อุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ความไม่ลงรอยกัน ความเห็นต่างเพียงแค่ประเด็นเดียวจากความพยายามที่เราพยายามทำกันมาทั้งหมด เราจะทำให้ความพยายามที่จะเดินหน้า เพื่อได้รัฐธรรมนูญมาสะดุดเพราะเรื่องแบบนี้หรือ ดังนั้นจึงขอเตือนสติเพื่อนสมาชิกว่า การจะลงมติในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้จะเป็นหัวใจสำคัฯญ เพราะจะเกี่ยวข้องกับการลงมติในวาระ 3 ด้วย ตนอยากดึงทุกคนให้มาอยู่บนโลกของความเป็นจริง ที่รัฐธรรมนูญพวกท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ กับการที่มีสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 แต่มันเกิดขึ้นแล้ว และเราจำเป็นต้องเดินตามกฎกติกานี้ ถ้าไม่ชอบก็ภาวนาให้สิ่งที่เรากำลังจะแก้ในขณะนี้ ให้คณะกรรมาธิการเขียนสิ่งที่เราไม่ชอบออกไป ซึ่งเป็นกติกาที่สังคมทั่วไปยอมรับได้
“จึงอยากวิงวอนไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกคนทุกพรรค และ สว.ก่อนที่จะลงมติหรือตัดสินใจ นี่คือทางเลือกที่สำคัญว่าเราจะเลือกทางไหน จะเลือกทางที่ดูแล้วเป็นคำพูดที่สวยหรู ดูสะใจ ได้คะแนนนิยม หรือจะเลือกทางเดินที่อาจจะทำให้เรามีบาดแผลบ้าง แต่สุดท้ายทำให้ภาพใหญ่ของพวกเราประสบความสำเร็จ” นายกรวีร์กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้พูด เพื่อเอาใจ สว.หรือกลัวคำขู่ของ สว.ที่บอกว่า ถ้าไม่เป็นแบบนี้แล้วในวาระ 3 จะลงมติเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ตนพูดเพราะกังวลว่าเป้าหมายที่เราร่วมสร้างกันมาทั้งหมดนี้จะล้มเหลว และพวกเราจะกลับบ้านมือเปล่า เราอยากจะเดินออกจากการประชุมอีก 15 วันข้างหน้า พร้อมความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือเราจะอยู่ในโลกของความฝันของพวกเราต่อไป
ดังนั้นท้ายที่สุดพรรค ภท.ขอย้ำอีกครั้งว่า พูดแล้วทำ และถ้าทำ ก็อยากทำให้สำเร็จ ไม่ใช่ทำเอาเท่ๆ เอาหล่อๆ แต่อยากทำให้เห็นว่าสามารถแก้รัฐธรรมนูญได้จริง เพื่อรักษาผลลัพธ์มากกว่าภาพลักษณ์ของพวกเรา อาจต้องเจ็บตัวบ้าง ไม่ถูกใจเราบ้าง แต่หากมาทำให้เป้าหมายเราสำเร็จ พวกเราก็ยินดี
“สิ่งที่เราอยากเห็นคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทำได้จริงที่อยู่บนโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ในความฝัน หรืออยู่ในอุดมคติเท่านั้น” นายกรวีร์ กล่าว