เท้ง ลั่น เลือกตั้งครั้งหน้า ชี้เป็นชี้ตายประเทศ เผย ปชน. จ่อเปิดตัวทีมผู้บริหาร มัดใจประชาชน ชวนจับตาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกแบบกติกาส่อพิรุธ
วันที่ 14 ธ.ค. 2568 ที่โรงแรม Maple Hotel พรรคประชาชน จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 เครือข่ายผู้ใช้แรงงานพรรคประชาชน เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน และหารือยุทธศาสตร์การเลือกตั้งและการทำงานของเครือข่ายแรงงานพรรคประชาชน ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
โดยช่วงเช้าวันนี้ (14 ธ.ค.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ร่วมบรรยายและแลกเปลี่ยนกับสมาชิกเครือข่ายแรงงานพรรคประชาชน พร้อมกล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในกิจกรรมขอโทษประชาชนเมื่อวานนี้ แม้ผู้สนับสนุนพรรคหลายคนจะแสดงความเห็นด้วยและเข้าใจว่าพรรคตัดสินใจด้วยเหตุผลอะไร แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารพรรคที่จะต้องรับฟังความรู้สึกเจ้าของพรรคทุกคน ซึ่งบางส่วนเห็นต่างไปอีกแบบหนึ่ง
ฉะนั้น ในความเป็นพรรคมวลชน สิ่งที่จำเป็นคือการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสมาชิกทุกคน พรรคไม่ได้ยึดหลักแค่ว่าการตัดสินใจนั้นถูกต้องโดยยึดเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทุกการตัดสินใจต่อจากนี้จะมีเรื่องยากอีกมากเต็มไปหมด
ดังนั้น การเป็นพรรคมวลชนที่เติบโตขึ้นได้ต้องตัดสินใจร่วมกัน ยึดเสียงส่วนใหญ่ก็จริง แต่ก็ต้องรับฟังเสียงส่วนน้อยและแสดงความรับผิดชอบต่อคนทุกกลุ่มที่เป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2 ปีที่ผ่านมาที่พรรคประชาชนเดินทางมาถึงวันนี้ ชนะการเลือกตั้งแต่โดนเสียง สว. ฉุดรั้งไว้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่เรื่องการทำบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่บางส่วนอาจจะมองว่าถูกเขาหลอกหรือไม่ ที่จริงแล้วนี่เป็นวิถีในการทำงานการเมืองแบบที่พรรคประชาชนตั้งใจทำมา และสร้างความสำเร็จหลายอย่าง
ตอนนี้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่คุ้มครองสิทธิลาคลอดก็ผ่านไปแล้ว ในปีถัดไปเรายังมีวาระที่ต้องทำกันต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีวันหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน และยังมีสิทธิอื่นๆ ที่ทุกคนจะต้องช่วยกันผลักดันต่อจากนี้
ในเรื่องของบอร์ดประกันสังคม มีความน่าสงสัย กำลังจะมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ แต่อยู่ดีๆ กลับมีการออกระเบียบในการเลือกบอร์ดประกันสังคมที่ไม่ได้มีตัวแทนจากฝั่งนายจ้างและผู้ประกันตน แต่เอาฝั่งข้าราชการมาออกกฎระเบียบทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องเฝ้าจับตามอง
การทำงานของทีมประกันสังคมก้าวหน้าที่ผ่านมามีความสำเร็จหลายด้าน เช่น การเพิ่มสิทธิในการดูแลเด็กเล็ก หรือสิทธิดูแลในยามว่างงานที่เพิ่มขึ้น มีหลายอย่างที่มีการทำงานอยู่เบื้องหลังที่ไม่ได้ออกหน้าข่าวมาก แต่การทำงานการเมืองเช่นนี้ที่เรายึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก จะเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่ทำให้เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะตัดสินใจเลือกพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจคะแนนความนิยมของพรรคการเมือง คะแนนก้อนใหญ่ที่สุดคือคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ โดยสถานการณ์ที่รุมล้อมพรรคประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งไทย-กัมพูชา เรื่องเอ็มโอเอ หรือเรื่องใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แนวโน้มผลโพลจะออกมาเป็นแบบนี้
แต่ถ้ามองดูตัวเลขทุกพรรคการเมืองมากาง พรรคประชาชนยังมีฐานที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกพรรคอยู่ดี สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาชนมีผู้สนับสนุน มีคนที่เห็นการทำงานของพรรคอย่างเข้มข้นมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา และทำให้ประชาชนเชื่อใจว่าพรรคทำเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศแน่นอน แล้วฐานนี้เติบโตและใหญ่ขึ้นทุกวัน
ถ้าย้อนไปดูการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2562-2566 ฐานคะแนนที่มั่นของพรรคส้มเติบโตขึ้นและใหญ่ขึ้น นี่คือกลุ่มคนที่จะเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่เราเรียกว่า เครือข่ายหัวคะแนนธรรมชาติ เมื่อถึงใกล้วันเข้าคูหา ทุกคนจะมีภารกิจร่วมกันในการเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ในการโน้มน้าวประชาชนคนไทยที่อาจจะยังไม่รู้ว่าจะโหวตให้ใคร ให้โหวตให้กับพรรคประชาชน
แม้จะเป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด โดนทุบทำลายมาหลายครั้ง โดนกระแสและปัญหารุมล้อมหลายอย่าง แต่วันนี้การทำงานอย่างเข้มข้นของทุกคน ทำให้พรรคประชาชนเติบโตเดินทางมาจนถึงทุกวันนี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนหนึ่งยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชน คือการเปลี่ยนความเชื่อใจให้เป็นความเชื่อมือ ตอนนี้คนไม่ได้สงสัยแล้วว่าพรรคประชาชนไม่เทาแน่นอน หรือสงสัยว่าจุดยืนทางการเมืองเป็นอย่างไร
แต่พรรคประชาชนไม่ได้มีประวัติในอดีตที่เคยมีอำนาจเข้าไปอยู่ในฝ่ายบริหาร จึงทำให้คนที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ในผลโพลอาจจะยังไม่เชื่อมั่นว่า ถ้าเลือกพรรคประชาชนแล้วจะเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
นี่จึงเป็นที่มาที่พรรคประชาชนพยายามออกแบบการคัดเลือกผู้สมัคร โดยกระบวนการคัดสรรที่มีความเข้มข้น ปีกแรงงานก็เช่นเดียวกัน ที่จะมีกระบวนการคัดเลือกภายในปีกแรงงาน ที่จะทำให้ได้แคนดิเดตที่ดีที่สุด ที่เป็นตัวแทนของชาวแรงงาน เข้าไปเป็นตัวแทนอยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อ พร้อมให้ประชาชนเลือก
หลังจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคณะผู้บริหารอีกหลายคน และตนเชื่อมั่นว่าจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ยิ่งทุกคนช่วยกันทำงาน ช่วยกันบอกต่อ ยิ่งมีคณะบริหารที่เข้ามาช่วยกันเปิดตัวมากขึ้น เห็นหน้าของคนที่จะเข้าไปบริหารประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะยิ่งช่วยส่งต่อให้พรรคประชาชนสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้

“การเลือกตั้งครั้งหน้าคือจุดชี้เป็นชี้ตายของประเทศ เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ที่การเลือกตั้งจะเป็นการตัดสินอนาคตของประเทศโดยเสียงของประชาชนจริงๆ
เพราะนับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา แต่ละการเลือกตั้งเสียงของประชาชนแทบไม่ได้มีความหมาย เพราะมีเครื่องมือทางการเมืองเข้ามาขัดขวางตั้งแต่ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า กลไกและกติกาต่างๆ เริ่มถูกคลายล็อกออกไปบ้างแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นภารกิจตัดสินอนาคตประเทศ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
