บุรีรัมย์ “อนุทิน” ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง เข้าครัว ทอดหอยทอด-ตำส้มตำ แจกผู้อพยพ โชว์ลูกคอขับกล่อมให้กำลังใจชาวบ้าน เผยไทยไม่เคยรุกรานใครก่อน ไม่เคยผิดสัญญาที่ลงนาม ชี้กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด คุกคามไทยก่อน ลั่นหากจะเจรจา ต้องทำตามในสิ่งที่ไทยต้องการ บอกเขมร ทนได้ก็ทนไป
14 ธ.ค. 68 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งอพยพเข้าพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวใน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมพบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด

ซึ่ง นายกรัฐมนตรี ยังสอบถามความเป็นอยู่ และติดตามการดูแลช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยมีประชาชนผู้อพยพทุกเพศทุกวัย เข้ามาขอเซลฟี่ถ่ายภาพคู่หลายราย บางคนถึงกับโผเข้าสวมกวด พร้อมส่งเสียงร้องให้กำลังใจ นายกรัฐมนตรี ว่า สู้ๆ
ทั้งนี้ บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดย นายอนุทิน ยังได้ร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ด้วยการช่วยปรุงอาหาร ได้แก่ หอยทอดและตำส้มตำ แจกจ่ายสำหรับประชาชนในศูนย์พักพิง
ก่อนจะร่วมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการขับร้องเพลงให้ประชาชนรับฟัง จำนวน 2 เพลง โดยเพลงแรก คือเพลง ซมซาน ของศิลปินเสกโลโซ และเพลงที่ 2 ชื่อเพลง คนสุดท้าย ของ อัสนีย์-วสันต์ โชติกุล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้พบปะพูดคุยกับครอบครัวและเด็กๆ ในศูนย์พักพิง แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจประชาชนให้เข้มแข็ง ขณะที่ประชาชนต่างส่งเสียงให้กำลังใจนายอนุทิน พร้อมกล่าวคำว่า “สู้ๆ” โดยนายอนุทินได้กล่าวตอบกลับว่า “สู้ๆ เช่นกัน” สะท้อนบรรยากาศของการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ศูนย์พักพิงที่นี่ดีขึ้นมาก เพราะว่าเรามีประสบการณ์ ในการดูแลประชาชนมาแล้ว สิ่งที่เราเน้นที่สุดคือ การันตีเรื่องความปลอดภัย เพราะว่า ฝั่งศัตรู กัมพูชาที่อยู่ อีกข้างหนึ่งของพรมแดน เขมรก็ค่อนข้างที่จะเริ่มสะเปะสะปะ ยิงอาวุธร้ายแรงเข้ามาในไทย
การที่พี่น้องประชาชน ได้มาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย จะทำให้บรรดา ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่ดูแลแนวชายแดนอยู่ สามารถที่จะตอบโต้ ปกป้องอธิปไตยไทย ของเราได้อย่างเต็มที่

ตอนนี้ทุกคนคิดถึงบ้าน ต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจว่า การที่อยู่ที่ศูนย์พักพิง มีความปลอดภัยสูงสุดเราพยายามที่จะระดม ทั้งอาหารการกินเครื่องนุ่งห่มเครื่องใช้ประจำวัน อะไรทั้งหลายให้ ชาวบ้านรู้สึกว่า ไม่ได้ห่างบ้านเท่าไหร่ แล้วก็มีจิตอาสามากมาย ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลประชาชน ขอชื่นชม อีกทั้งภาคเอกชนทั้งจิตอาสาทั้งห้างร้านบริษัทต่างๆ ช่วยนำของใช้ของกินมาให้ และนำคนที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรี มาให้ความบันเทิง เพื่อให้คลายความเครียด อาหารการกินก็เต็ม
เราพยายามทำศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐาน ในทุกๆ ที่ เพราะว่าเราได้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ในการบริหารจัดการ ซึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ประกาศ เป็นพื้นที่ประสบภัย จะมีงบประมาณที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า เริ่มได้มีประชาชนบางส่วนทยอยกลับบ้านพักแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ได้พูดคุยกับชาวบ้านหลายๆ คน ขอให้มีความอดทน เพราะว่าการเข้าไปในพื้นที่ ตอนนี้จะมีอันตราย จนกว่าทางรัฐบาล จะมีความมั่นใจในพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว จึงจะให้ชาวบ้านกลับคืนเข้าสู่เคหะสถาน เราเข้าใจดีว่า ทุกคนอยากกลับบ้าน แต่ถ้ากลับไปแล้วอันตราย อยู่ที่นี่ยังดีกว่า ปลอดภัยกว่า

เมื่อถามว่า มีความพร้อมขนาดไหนในการลงสนามเลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้มาเยี่ยมชาวบ้าน เรื่องการเมืองเรื่องเล็กเรื่องขี้ผง มาดูชาวบ้านให้ดีให้เขามีความสุข ไม่ให้เขามีความกังวลหรือมีความหวาดกลัว และทำให้เขารู้สึกว่าเขาอยู่เขาอยู่ที่บ้าน อยู่ที่นี่เขาก็พบกับญาติพี่น้อง ได้พบเพื่อนใหม่พรรคพวกเพื่อนฝูงใหม่ อีกหน่อยเขาอาจจะทำอะไรด้วยกัน ค้าขายด้วยกัน มีช่องทางค้าขายช่องทางทำธุรกิจด้วยกัน สร้างความสามัคคีกันนี่คือสิ่งที่ประเทศ เราต้องการตอนนี้ คือความสามัคคีของคนในชาติ ที่จะต่อสู้กับกับศัตรูให้ยังไงเขาก็ต้องแพ้ คนไทยไม่มีวันแพ้
ถามต่อว่า อยากให้ นายกฯ ให้กำลังใจผู้อพยพ นายอนุทิน กล่าวว่า โอ้โห ก็ให้กำลังใจเต็มที่แล้ว รัฐบาล จะดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องที่ต้องมาพักพิงอยู่ที่ศูนย์อพยพ อย่างเต็มที่ เหตุผลทั้งหมด คือการที่ทำให้เขามีความปลอดภัย พ้นจากการคุกคาม ทำให้พวกเราที่จะต้องสู้รบปกป้องชายแดน ว่าชาวบ้านจะเป็นอันตรายหรือเปล่า เพราะตอนนี้ชาวบ้านอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เราก็ต้องต่อสู้ได้เต็มที่ซึ่งรออีกไม่นาน ไม่กี่วัน

ถามอีกว่า ทางผู้นำกัมพูชา มีท่าทีว่าจะพูดคุยด้วยตัวเอง หรือให้ประเทศอื่นมาคุยแทน นายอนุทิน กล่าวว่า การพูดคุยมันต้องมาพร้อมกับการกระทำ ไม่ใช่บอกว่า ต้องทำอย่างนี้ก่อน อย่างนั้นก่อน เพราะว่าประเทศไทยเราไม่เคยไปรุกรานใครก่อน แล้วประเทศไทย ไม่ได้เป็นฝ่ายที่ผิดสัญญา ที่เราได้ลงนามกัน เราทำตามทุกอย่าง แต่ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิด และฝ่ายที่ละเมิด จะต้องรับผิดชอบไม่ใช่ให้ฝ่ายที่ถูกละเมิดรับผิดชอบ ดังนั้น ฝ่ายที่ถูกคุกคาม ต้องมาทำตามในสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งเขมรต้องทำในสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ
ถามอีกว่า แต่ตอนนี้ฝ่าย กัมพูชา ยังไม่มีการแสดงท่าทีเจรจาอะไรเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ทนได้ก็ทนไป