อนุทิน บอกใจไม่ถึงพอ ชิงจังหวะสงครามเอาอธิปไตย-ชีวิตทหาร แลกคะแนนเสียงให้ตัวเอง บอกกลัวแคนดิเดตทุกพรรค ภท.ยึดสำนวนช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ตอนนี้ตอบรับแค่คนเดียว ย้ำ ครม.ทำงาน อย่าใช้เวลาราชการหาเสียง ให้คิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 16 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของภูมิใจไทย หลังพรรคเพื่อไทยชิงเปิดตัวไปแล้ววันนี้ ว่า ยังมีเวลาอยู่

เมื่อถามว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ตอบรับหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังคุยกันอยู่ แต่ตอนนี้มีตอบรับเพียงคนเดียวคือตนเอง

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ครบทั้ง 3 คน นายกฯ กล่าวว่า ก็แสดงความยินดีกับทั้ง 3 คนด้วย ตนรู้จักทั้ง 3 ท่าน อย่างนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ก็รู้จัก เคยหารือปรึกษาท่านสมัยตนเป็นรมว.สาธารณสุข เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถสูงมาก

เมื่อถามว่าตอนนี้แต่ละพรรคเปิดแคนดิเดตนายกฯ แล้ว พรรคภูมิใจไทยจะช้าไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนยึดถือคติ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงามใช่หรือไม่ นายกฯ จึงตอบว่า อืม เขาตอบแทนเเล้ว

เมื่อถามว่ามีแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่นคนไหนน่ากลัวหรือไม่สำหรับพรรคภูมิใจไทย นายกฯ ส่ายหน้าก่อนตอบว่า ถามแล้วตอบยาก กลัวทุกคน เมื่อถามต่อว่ากลัวเด็กรุ่นใหม่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “กลัวหมดครับ”

ส่วนที่มีรายงานข่าวพรรคภูมิใจไทยคาดหวัง 200 ที่นั่ง นายอนุทิน ย้อนถามว่าใครรายงาน ไม่ใช่ตน ยืนยันว่าเราทำดีที่สุด เท่าไหร่ก็เท่านั้น ประชาชนเป็นคนตัดสิน เราต้องเลือกคนที่ดีที่สุด เหมาะสม มีความรู้ความสามารถ ถามมา 6 ปีคำตอบก็เหมือนเดิม

เมื่อถามว่าอยากได้ สส.บัญชีรายชื่อเท่าไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า อยากได้ 500 แต่ถ้าทำได้เท่าไหร่ก็อีกเรื่องหนึ่ง อยู่ที่ประชาชน ความอยากก็อยากได้เยอะ แต่เราต้องทำการบ้านให้ดี เลือกคนให้ดีทำนโยบายให้ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และประชาชนเป็นคนตัดสินใจ

เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคภูมิใจไทยใหญ่ขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ดูแล้วการเตรียมเลือกตั้ง องค์ประกอบต่างๆ ไปในแนวโน้มที่พรรคจะใหญ่ขึ้น แต่อยู่ที่ประชาชนจะเลือกหรือไม่

เมื่อถามถึงจุดขายของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า จุดขายของพรรคคือการทำงานตอบสนองคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เน้นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปิดกว้าง ให้มีที่ยืนในนานาชาติ ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นที่ที่มาท่องเที่ยว มาลงทุน สร้างรายได้ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสหลายด้าน

เมื่อถามว่าได้วางกลไกหลายอย่าง ถ้าได้กลับมาจะได้ทำต่อให้ดีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราได้ทำในสิ่งที่พูดแล้วทำ ยังไม่มีตรงไหนที่คั่งค้าง ส่วนจะเป็นพูดแล้วทำพลัสหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะพลัสหรือไม่พลัสก็แล้วแต่

ส่วนความคาดหวัง สส.กทม. นายอนุทิน กล่าวว่า การเป็นพรรคการเมือง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราส่งครบทุกเขต ถ้าคนแพ้ ก็ยังหวังว่าจะได้คะแนนพรรค

เมื่อถามว่าถ้าการเลือกตั้งครั้งหน้าภูมิใจไทยได้ที่ 2 จะชิงจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งคิดยาว ยังไม่ได้สมัคร สส.เลย

ส่วนที่หลายคนวิเคราะห์ให้พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 1 จะบอกได้หรือไม่ว่า ทำไมประชาชนต้องเลือก นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่มีที่ประชาชนต้องเลือก แต่ถ้ามั่นใจว่าทำงานให้ท่านได้ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ การได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งตนดีใจ ภูมิใจอยู่เงียบๆ ว่าการเข้ามาทำงานของตน ทุกคนรู้วันมา และวันไปอย่างชัดเจน

ทุกฝ่ายข้าราชการประจำ กองทัพ ฝ่ายภาคเอกชน องค์กรอิสระ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากใคร การขับเคลื่อนประเทศแม้จะมีเวลาเพียง 3-4 เดือน แต่สามารถขับเคลื่อนประเทศไปได้มากพอสมควร ทั้งระยะยาว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เรื่องการปกป้องอธิปไตยของประเทศ เราทำด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายเป็นอย่างดี

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ภูมิใจไทยชิงจังหวะสงคราม เกาะกระแสชาตินิยมสร้างคะแนนเสียงให้ตัวเอง นายอนุทิน หัวเราะก่อนกล่าวว่า ขออย่ามองโลกในแง่ร้าย ตนยังใจไม่ถึงพอที่จะเอาอธิปไตยของบ้านเมือง หรือเอาชีวิตของทหาร ของประชาชนมาแลก เพื่อให้ตัวเองได้คะแนนเสียงหรือได้ประโยชน์ คิดแบบนี้ไม่ถูก

เมื่อถามถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ไปพบกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พูดคุยเรื่องเลือกตั้ง ได้คิดเผื่อกรณีหากสถานการณ์ไทย-กัมพูชายังไม่จบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการตัดสินใจเป็นเรื่องของ กกต.

เมื่อถามว่าหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลครั้งหน้า ปัญหาชายแดนจะจบอย่างสิ้นเชิงใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พยายามทำให้มันจบโดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บอกว่าหากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกฯ จะไม่เกิดปัญหาชายแดนเช่นนี้ นายกฯ หัวเราะก่อนจะบอกว่า ลองไปเปิดคอมเม้นต์ดู

เมื่อถามถึงความกังวลที่ขณะนี้ใกล้เลือกตั้ง นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้กังวลเรื่องสถานการณ์ชายแดน และกังวลว่าจะทำอย่างไรให้หาดใหญ่ฟื้นฟู ตอนนี้คนกลับบ้านได้แล้ว แต่ภาคธุรกิจยังต้องฟื้นฟู

เมื่อสักครู่ได้เร่ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ในเรื่องของซอฟต์โลน เพื่อให้ประชาชนไปฟื้นฟู อย่างน้อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย หลังคาเรือนละ 100,000 บาท เป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือน และทรัพย์สินที่เสียหาย ต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพราะแค่ 9,000 บาท จากการเยียวยานั้นไม่เพียงพอ

ส่วนกรณีค่าเงินบาทแข็งตัวสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีครึ่ง ได้ให้นโยบายอย่างไรบ้าง เนื่องจากกระทบการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า ได้บอก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และรมว.คลัง ให้หารือกับแบงก์ชาติ

เมื่อถามว่าการประชุม ครม.วันนี้ เป็นนัดแรกหลังยุบสภา ได้กำชับอะไรในที่ประชุมบ้าง นายกฯ กล่าวว่า กำชับให้ขยันทำงาน เรื่องหาเสียงก็ทำไป แต่ต้องไม่ใช้เวลาราชการ สภาพความเป็นรัฐมนตรียังมีอยู่ จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

ดังนั้น ยังอยู่กันอีกหลายสัปดาห์ ในการบริหารราชการแผ่นดินต้องไม่ชะงัก และจะต้องทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องหาเสียง เพราะนั่นเป็นเรื่องของตัวเอง แต่ต้องคิดถึงบ้านเมือง และภาพรวมเป็นหลัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน