เท้ง ณัฐพงษ์ ชูธง การเลือกตั้งปี 69 คือปีที่เสียงของประชาชนจะมีความหมายอย่างแท้จริง ต้องเลือกจะอยู่กับรัฐล้มเหลวแบบเดิม หรือ จะเดินหน้าพลิกโฉมประเทศครั้งใหม่

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2568 ที่คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้รับเชิญไปบรรยายภายใต้หัวข้อ “ดิจิทัล กระจายอำนาจ งบประมาณกับการพัฒนาประชาธิปไตย” ร่วมกับอาจารย์และนิสิตคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ครั้งสุดท้ายที่ไทยมีการเลือกตั้งและได้นายกรัฐมนตรีตามเจตนารมณ์ทางการเมืองก็คือ เมื่อปี 2554 ภาพของอำนาจของประชาชนที่ได้ลงคะแนนในคูหาสามารถสะท้อนเสียงประชาชนตามความเป็นจริง

หลังจากการเลือกตั้งปี 2554 การเมืองไทยก็กลับสู่วงจรรัฐประหารเช่นเคย และไม่ปกติเป็นเวลากว่า 10 ปี อีกทั้งยังเกิดผลภูมิจากการทำรัฐประหารมาสู่ปัจจุบันผ่านรัฐธรรมนูญ 2560

นายณัฐพงษ์ ย้ำถึงประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งในครั้งหน้าว่า ไม่ใช่การเลือกตั้งปกติทั่วไป แต่มันคือการตัดสินว่า ประเทศไทยจะเดินต่อไปทางไหน

ตลอด 15 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 เสียงของประชาชนไทยแทบไม่เคยเป็นผู้ตัดสินหน้าตารัฐบาลอย่างแท้จริง มีรัฐประหาร มีการสืบทอดอำนาจ มีการกำหนดกติกาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้การเลือกตั้งหลายครั้ง กลายเป็นแค่พิธีกรรม ไม่ใช่การตัดสินอนาคตประเทศอย่างแท้จริง

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เราเชื่อว่าประเทศไทยมีทางออกจากวิกฤตทุกอย่างที่รุมล้อมประเทศอยู่ตอนนี้ แน่นอนว่าเราต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีเจตจำนงทางการเมืองในการเข้ามาบริหารประเทศเพื่อขับเคลื่อนวาระแก้ไขปัญหาเรื่องยากๆ ให้ประเทศชาติ

สิ่งสำคัญและหลักคิดในการทำงานพวกเราคือรัฐบาลใหม่ปี 2569 ที่จะเข้ามาต้อง โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชน นี่คือเป้าหมายของ “ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก”

ไทยไม่เทา หมายความว่ารัฐบาลต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีพื้นที่ให้คอร์รัปชันและทุนสีเทา ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน นี่คือการตรวจสอบที่สำคัญที่สุด

ไทยเท่ากัน ทุกคนต้องเข้าถึงโอกาสและบริการของรัฐอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าคุณจะเกิดที่ไหน มีฐานะอย่างไร การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นคือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของพรรคประชาชนในการกระจายอำนาจ กระจายคน และกระจายงบประมาณเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการตัวเองได้

ไทยทันโลก รัฐต้องทำงานทันสมัย มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองที่สามารถใช้งานได้จริง บริหารงบประมาณให้คุ้มค่าตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยการเลือกตั้งที่จะมาถึงปี 2569 นี้ จะไม่ใช่แค่การเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่คือการเลือกว่าจะยอมอยู่กับรัฐที่มีการเมืองแบบเดิม บริหารประเทศล้มเหลวต่อไป หรือจะเริ่มสร้างประเทศไทยใหม่ไปด้วยกัน

นี่ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือเรื่องของ common sense ทางการเมือง และการเลือกตั้งครั้งหน้า คือโอกาสที่เราจะพาประเทศไทยกลับสู่การเมืองที่ปกติอีกครั้ง การเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายจริงๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน