กกต.คลอดหลักเกณฑ์ สอบนโยบายประชานิยมที่พรรคใช้หาเสียง ต้องแจ้ง 20 วันก่อนหย่อนบัตร ตั้งกูรูเศรษฐกิจ-คลัง-นโยบายสาธารณะ เป็นกก. ติดดาบให้อำนาจเรียกพรรคแจง
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพ.ศ. 2568 หรือที่เรียกว่า “นโยบายประชานิยม” ซึ่งนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.ได้ลงนามเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา
สาระสำคัญ นอกจากจะกำหนดให้การกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง ที่จะใช้โฆษณาหาเสียงต้องคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และต้องมีการระบุถึงวงเงินที่จะใช้ ที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ
ความคุ้มค่าประโยชน์ในการดำเนินนโยบายผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายตามที่มาตรา 57 ของพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนดแล้ว ยังกำหนดเวลาให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายดังกล่าวต่อกกต. ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
กำหนดให้กกต. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นชุดหนึ่ง ซึ่งกรรมการต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการเงินการคลัง นโยบายสาธารณะและเศรษฐกิจมหภาค
มีหน้าที่ตรวจสอบนโยบายดังกล่าวของพรรคการเมือง เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรคชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการได้ และกรณีที่พรรคยังดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้อง คณะกรรมการตรวจสอบ สามารถเสนอต่อกกต.ให้สั่งพรรคดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด
รวมทั้งเมื่อตรวจสอบแล้ว สามารถมีข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตต่อนโยบายของพรรค เพื่อประกอบการพิจารณาของกกต.ได้ และเมื่อกกต. ได้รับรายงานก็ต้องพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว พร้อมเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
ทั้งนี้ ตามแบบฟอร์มแนบท้ายประกาศซึ่งเป็นเอกสารที่พรรคการเมือง ต้องกรอกรายละเอียดเพื่อยื่นต่อกกต.นั้น ยังระบุด้วยว่า การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางที่กำหนดเป็นนโยบายของพรรค ตามมาตรา 74 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560
รวมถึงบทกำหนดโทษ กรณีพรรคใดไม่ทำรายการให้ครบถ้วน กกต.จะสั่งให้จัดทำรายการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาทและปรับอีกวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา121ของกฎหมายเดียวกัน