สถานการณ์การเมืองในปี 2568 ว่าร้อนแรงแล้ว แต่ใน ปี 2569 น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการขับเคี่ยว ในสนามเลือกตั้งใหญ่ที่กำหนดกาบัตรวันที่ 8 ก.พ.69 หลังมีผลเลือกตั้งใครเป็นนายกฯ พรรคไหนร่วมรัฐบาลจะเป็นการวางอนาคตของประเทศเลยทีเดียว

•ศึกท้องถิ่น

ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ครั้งล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ต่างจากปกติที่จะเป็นวันอาทิตย์

แม้จะถูกพรรคประชาชน (ปชน.) ท้วงว่ากระทบต่อความสะดวกของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่กกต.ให้เหตุผลเพื่อเลี่ยงการเสี่ยงเกิน 45 วัน ที่กฎหมายกำหนด

ครั้งนี้ 29 จังหวัด เลือกตั้ง ส.อบจ.อย่างเดียว เพราะเลือกตั้งนายก อบจ.ไปแล้ว เพราะคนเก่าลาออกก่อนครบวาระ ส่วนอีก 47 จังหวัด เลือกตั้งทั้งนายกอบจ. และส.อบจ.

สกู๊ปพิเศษ

นายทักษิณ ชินวัตร โหมช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย (พท.) หาเสียงอย่างหนักในภาคเหนือและอีสาน 10 จังหวัด จากที่ส่งในนามพรรค 16 จังหวัด

พรรคประชาชน (ปชน.) ส่ง 17 จังหวัด ส่วนพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ไม่ส่ง แต่รู้กันว่าสนับสนุนใครบ้าง

ผลออกมากลุ่มการเมืองสีน้ำเงินกำชัยถึง 10 จังหวัด

พรรคประชาชนได้ที่จ.ลำพูนที่เดียว อ้าง ‘แพ้วันเสาร์’

เพื่อไทยชนะ 6 พ่าย 10 จนถูกแซวว่า ‘ทักษิณ’ สิ้นมนต์ขลังแล้วหรือ

สรุปผู้มาใช้สิทธิ 58.45% ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 60%

ศึกท้องถิ่นวัดกันอีกครั้งในการเลือกตั้งอบต. 11 ม.ค.69

•‘ทักษิณ’เข้าคุก

เข้าปีที่สองที่นายทักษิณ ชินวัตร กลับไทยหลังลี้ภัยในต่างประเทศกว่า 17 ปี

เมื่อได้ใบเบิกทางในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียน ศาลอาญาจึงอนุญาตนายทักษิณ จำเลยคดีมาตรา 112 บินไปมาเลเซีย 2-3 ก.พ. ตามคำเชิญประธานอาเซียน

18-19 ก.พ. ไปบรูไน ประชุมอาเซียน

นายทักษิณยังเดินสายเป็นระลอก โดยเฉพาะ 23 ก.พ. ลงพื้นที่พบชาวยะลา นราธิวาส ปัตตานี ในรอบ 20 ปี

22 ส.ค. ศาลอาญายกฟ้องคดีมาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพ์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ดูหมิ่นสถาบันปี 2558

สกู๊ปพิเศษ

30 เม.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่รับคำร้องของผู้ร้องกรณีนายทักษิณ รักษาตัวชั้น 14 ร.พ.ตำรวจ เหตุผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ แต่ศาลสั่งไต่สวนเอง

9 ก.ย. ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งบังคับโทษจำคุก 1 ปี ในความผิด 3 คดีเก่า ไม่นับรวม 120 วันในการรักษาตัวชั้น 14 เหตุไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายทักษิณในชุดนักโทษสีฟ้าถูกคุมตัว เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันที และเย็นวันเดียวกันย้ายไปเรือนจำกลางคลองเปรม เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาด

ระหว่างนี้นายทักษิณยื่นขออภัยโทษเป็นครั้งที่สอง จากก่อนหน้านี้เคยยื่นในปี 2566

18 พ.ย. อัยการสูงสุดอุทธรณ์คดี 112 และศาลอาญามีคำสั่งรับอุทธรณ์ ขณะที่ศาลฎีกาพิพากษากลับต้องจ่ายภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านให้กรมสรรพากร

นายทักษิณโอดผ่านลูกสาวที่เข้าเยี่ยมในเรือนจำว่า “พ่อรู้สึกเสียใจและเจ็บช้ำ หลังจากอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คดี”

ชะตากรรมของคนชื่อ ‘ทักษิณ’ ต้องดูกันอีกยาว

•‘สส.ปูอัด’โฉ่อีก

เป็นข่าวฉาวอีกครั้งสำหรับนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หรือปูอัด สส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า (ทกน.)

7 ก.พ. ศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจารนักท่องเที่ยวไต้หวัน ณ โรงแรมที่พัก หลังกลับจากสถานบันเทิงในจ.เชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.68

บรรดาสส.ต่างออกมาจี้ให้ลาออกจากสส.มาสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพราะกระทบกับภาพลักษณ์สภาอย่างหนัก

สกู๊ปพิเศษ

สส.ปูอัดยืนกรานไม่ลาออก และ 19 ก.พ.ชิงมอบตัวที่สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนที่สภาจะโหวตถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองเพียงวันเดียว

ขณะที่พรรคไทยก้าวหน้าออกแถลงการณ์ 23 ก.พ. ไม่ขับนายไชยามพวานพ้นพรรค ฐานผิดมาตรฐานจริยธรรม ให้รอผลคดีในชั้นพิจารณาของอัยการก่อน

ย้อนไปช่วงปลายปี 66 นายไชยามพวาน สส.กทม. พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศทีมงานที่มาช่วยหาเสียง 3 ราย จนต้องออกมาแถลงโค้ง 8 รอบขอโทษผู้เสียหาย

พรรคก้าวไกลขับออกจากพรรค สส.ปูอัดย้ายมาสังกัดพรรคไทยก้าวหน้า

แต่คดีข่มขืนนักท่องเที่ยวเงียบกริบจนทุกวันนี้

•ฮั้วเลือกสว.

คดีฮั้วเลือกสว.ลากยาวกว่า 1 ปีครึ่ง นับตั้งแต่ประกาศผล 200 คน ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 10 ก.ค.67

นักร้องแห่ร้องเรียนส่อทุจริตกับกกต. ถึง 577 เรื่อง รวมทั้งร้องมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วย

ดีเอสไอกางโพยฮั้วสว. 2 ชุด พบว่าเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นสว. 136 คน และอยู่ในลำดับสำรอง 2 คน ชี้ว่าเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร ฟอกเงิน จึงเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

6 มี.ค. กคพ.ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในขณะนั้นเป็นประธาน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นรองประธาน มีมติให้รับเป็นคดีพิเศษ เฉพาะความผิดฐานฟอกเงิน

สกู๊ปพิเศษ

24 เม.ย. ดีเอสไอรับเพิ่ม ‘อั้งยี่’ อีกข้อหา

ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค. กกต.-ดีเอสไอทยอยนำหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาไปส่งที่บ้านพักของสว.หลายล็อต ล้วนเป็นสว.สีน้ำเงิน

ตามมาด้วยแกนนำพรรคภูมิใจไทย เช่น นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายไชยชนก ชิดชอบ

สกู๊ปพิเศษ

ต่อมา สว.สำรอง 21 คนยื่นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้พิจารณา 136 สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ 3 พ.ย.ศาลยกคำร้อง ชี้ยื่นผิดขั้นตอน หลังกกต.ประกาศผลเลือกตั้งแล้ว

ขณะที่กลุ่ม สว.สำรองยื่นฟ้อง กกต. 8 คนรวมนายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต. ผิดมาตรา 157 กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายยื้อการสอบคดี

ปลายพ.ย.ดีเอสไอมีมติส่งฟ้องล็อตแรก 8 ราย เป็นสว. 2 ราย เครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ 6 ราย ไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาส่งฟ้องหรือไม่ต่อไป

คดีนี้จะจบอย่างไรต้องติดตาม

•‘อิ๊งค์’พ้นนายกฯ

นับจาก 13 ก.พ.สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดมาเรื่อยๆ

การเมืองก็ร้อนฉ่า นายทักษิณ ชินวัตร แย้มเมื่อ 30 พ.ค. ให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยปรับ ครม. ขอคืนกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ขณะนั้นนั่งรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ประกาศลั่นถ้าถูกยึดก็พร้อมไปเป็นฝ่ายค้าน

แต่เพื่อไทยไม่ง้อ พรรคภูมิใจไทยจึงถอนตัวจากรัฐบาลเมื่อ 19 มิ.ย.

สกู๊ปพิเศษ

เป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่มีคลิปเสียงน.ส.แพทองธาร โทร.คุยกับ ‘อังเคิล’ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เพื่อสงบศึกชายแดน และพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 “เป็นคนของฝ่ายตรงข้าม” จนต้องออกมาแถลงขอโทษประชาชน

13 ส.ค. 36 สว.ร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าน.ส.แพทองธาร ใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ทำประเทศเสียหาย

1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9:0 รับเรื่องไว้พิจารณาและมีมติ 7:2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ

1 ก.ค.เช่นกัน โปรดเกล้าฯ ครม.อิ๊งค์ 2 รวม 14 เก้าอี้ตามโผ

ที่ฮือฮาคือ น.ส.แพทองธาร ควบรมว.วัฒนธรรม

29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 ให้น.ส.แพทองธาร พ้นนายกฯ เหตุผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ส่งผลให้ครม.หลุดทั้งคณะด้วย

•นายกฯ‘หนู’

ทันทีที่ น.ส.แพทองธาร พ้นจากนายกฯ

พรรคร่วมรัฐบาลเดิมให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล โดยสนับสนุนนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ อีกคนของเพื่อไทยเป็นนายกฯ

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินเกมเร็วตั้งรัฐบาลแข่ง

แต่ไม่ว่าจะรวมเสียงอย่างไร ทั้งสองขั้วต้องพึ่งพรรคประชาชนที่มี 143 เสียง

พรรคประชาชนตั้ง 3 เงื่อนไขฝ่าทางตันการเมือง คือยุบสภาใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบายฯ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาลและทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป

สกู๊ปพิเศษ

ฟากเพื่อไทยโดยนายทักษิณ ชินวัตร ไปคุยหลังบ้านกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แต่ถูกโบ้ยให้ไปคุยกับพรรคประชาชนโดยตรง

31 ส.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย นำทีมไปคุยกับแกนนำพรรคประชาชน

ในที่สุด 2 ก.ย. พรรคประชาชนแถลงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พร้อมทำ MOA 3 ข้อเดิมและเพิ่มข้อ 4 ห้ามเติมเสียงเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

นายอนุทินประกาศตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ 146 เสียง

ทำเอาหลายพรรคแพแตก มีการแยกกลุ่มมาหนุนนายอนุทิน

5 ก.ย. สภาโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ คนที่ 32 ด้วยคะแนน 311:152 งดออกเสียง 27

19 ก.ย. โปรดเกล้าฯ ครม.อนุทิน มี 9 คนนอกร่วมวง 6 คนมาจากสายบุรีรัมย์

นายอนุทินประกาศ 120 วันยุบสภา หรือไม่เกิน 31 ม.ค.69

•หักลำแก้รธน.

MOA แก้รัฐธรรมนูญเริ่มเดินเครื่อง

หลังศาลชี้ว่ารัฐสภามีอำนาจเสนอแก้ไข แต่ไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงและให้ทำประชา มติ 3 ครั้ง แต่ครั้งที่ 1 และ 2 รวมกันได้

14-15 ต.ค. รัฐสภาประชุมร่วมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 เปิดทางสู่การจัดทำฉบับใหม่

ร่างที่ผ่านวาระแรกต้องมีคะแนนเห็นชอบ ‘ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง’ ของสมาชิกทั้งหมดของทั้ง 2 สภา และต้องมีสว.เห็นชอบ ‘ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3’ ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของวุฒิสภา

สกู๊ปพิเศษ

ผลลงมติแบบขานชื่อทีละคนรับหลักการร่างของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ตีตกของพรรคเพื่อไทย และเห็นชอบให้ใช้ฉบับพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก

จากนั้นตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณา สรุปตัดทิ้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ให้มีกมธ.ยกร่าง 35 คน เลือกจากรัฐสภาใช้สูตร 20 หยิบ 1 และกมธ.ฟังความเห็นอีก 35 คน ตามแนวทางพรรคประชาชน

10-11 ธ.ค. ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญพิจารณาวาระ 2 หากรัฐสภาเห็นชอบต้องทิ้งไว้ 15 วัน ก่อนโหวตวาระ 3

เมื่อถึงมาตรา 256/28 พรรคภูมิใจไทยหักดิบ โหวตหนุนคงเกณฑ์ต้องได้เสียงสว. 1 ใน 3 เห็นชอบร่างแก้รัฐธรรมนูญ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศตัดขาดกลางสภา ให้ยุบสภาทันที

นายอนุทิน จึงทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาและโปรดเกล้าฯ มีผลวันที่ 12 ธ.ค.

นายณัฐพงษ์นำทัพอดีตหัวหน้าอนาคตใหม่-ก้าวไกล

“ขอโทษประชาชนแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ”

•เลือกตั้ง8ก.พ.69

หลังนายกฯ ยุบสภา ต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน

กกต.เคาะกาบัตรวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.69 ส่วนวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. เป็นวันลงคะแนนล่วงหน้า

ทุกพรรคจัดทัพกันอย่างคึกคัก มีแม่ทัพใหม่นำศึกก็หลายพรรค

โดยเฉพาะเพื่อไทยหลังน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไขก๊อกหัวหน้าพรรคเมื่อ 22 ต.ค. มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รับไม้ต่อ

สกู๊ปพิเศษ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อำลาหัวหน้าพรรคและลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คัมแบ๊กหัวหน้า

ขณะที่สส.หน้าเก่า หน้าใหม่ บ้านใหญ่ ตระกูลดัง ตบเท้าเข้าพรรคภูมิใจไทยกันอย่างฉ่ำ

ที่ถูกโฟกัสมากที่สุด คือแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ของพรรคอันดับต้นๆ

เพื่อไทยชู ‘ดร.เชน’ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชาย และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล

พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ใครมาแรงรอดูผลโหวตโพล ‘มติชน-เดลินิวส์’ ครั้งแรกวันที่ 5 ม.ค.69

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน