ไชยชนก ลั่น ถ้าเลือก ภูมิใจไทย ลุยทลายสแกมเมอร์-ไม่มีกาสิโน ชูกองทุนภัยพิบัติ 1 แสนบาท ต่อครัวเรือน ดันนโยบายยกระดับพยากรณ์ สร้างความพร้อมก่อนเกิดภัย

วันที่ 24 ธ.ค.2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของพรรคภูมิใจไทย โดยย้ำว่าไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน

ส่วนนโยบายเรื่องภัยพิบัติ ปัจจุบันประเทศอยู่ท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนต่างๆ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยตระหนักถึงความไม่แน่นอนเหล่านี้ เป็นที่มาของนโยบาย “พร้อมก่อนภัยเคียงข้างไทยทุกสถานการณ์”

ซึ่งประเด็นภัยพิบัติมี 2 ส่วน คือ ภัยพิบัติจากธรรมชาติกับภัยพิบัติจากฝีมือมนุษย์ สำหรับภัยพิบัติจากธรรมชาติ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วม ไฟป่า พายุที่รุนแรงขึ้น วันนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องเร่งด่วนและเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ และทำอย่างไรเพื่อให้รู้ทันภัย

พรรคภูมิใจไทยเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องยกระดับฐานข้อมูลการพยากรณ์ภัยต่างๆ รวมถึงการเสริมอุปกรณ์วิเคราะห์ข้อมูลคือการใช้เอไอ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยต้องการเปลี่ยนให้การพยากรณ์ภัยเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชน

วิธีการคือต้องเชื่อมหน่วยงานด้วยเทคโนโลยี ทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่ต้องผ่านกระบวนการเซ็นอนุมัติ สามารถส่งข้อมูลตรงไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทันที ขณะที่การเข้าถึงประชาชนจะต้องหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชนอยู่แล้ว เพื่อช่วยให้ข้อมูลไปถึงมือพี่น้องประชาชนในทุกๆวัน

ขณะที่ การป้องกันภัยจะเกิดขึ้นได้จากความสามัคคีจากทุกหน่วยงาน และบูรณาการทำงานร่วมกันวางแผน สถานการณ์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีผลกระทบหลายสิ่ง และมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

ซึ่งทางออกไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนใช้เม็ดเงินเยอะๆ เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างเส้นเลือดฝอยทั่วประเทศไทยในจุดที่เหมาะสม แต่ไม่ว่าเราจะรู้เท่าทันแค่ไหน ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่เหนือกว่าการที่มนุษย์จะต่อต้านและสู้ได้

ดังนั้น การฟื้นฟูเยียวยาประกันภัยครัวเรือนเกี่ยวกับภัยพิบัติ ควรเป็นสิทธิพื้นฐานของพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนในประเทศไทย นำมาสู่นโยบายกองทุนภัยพิบัติ โดยจะได้รับมากถึง 100,000 บาทต่อครัวเรือน ต่อภัยทั่วประเทศ ซึ่งทำได้แน่นอน

นายไชยชนก กล่าวว่า ภัยพิบัติจากมนุษย์ ซึ่งหนีไม่พ้นภัยจากเครือข่ายสแกมเมอร์ เพิ่มขึ้นมากถึง 50% ในปี 2024 และความสูญเสียให้กับประเทศไทยมากถึง 3% ของ GDP แต่เป็นเสี้ยวเดียวของการรายงานเพราะยังมีพี่น้องประชาชนอีกหลายคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก หรือโดนหลอกแต่ไม่กล้ายอมรับ ซึ่งความสูญเสียมีมาก

ใน 2 เดือนที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประสบความสำเร็จในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ ของยิม เลียก แล้วทำลาย MOU ที่เปรียบเสมือนประตูบ้านให้โจรเข้ามาปล้น และยังได้นำไทยเข้าสู่เวทีโลก เพื่อลงนามอนุสัญญาแอนตี้สแกมเมอร์ ทำให้หลายประเทศ มองไทยเปลี่ยนไป

สำหรับระยะยาวจะผลักดันนโยบาย e- Document ยกระดับ การทำงานของภาครัฐ สู่ยุคดิจิดัล AI Plus ซึ่งจะนำไปสู่ความโปร่งใสของรัฐบาล และต่อด้วย indication การเชื่อมโยงหน่วยงานระหว่างกระทรวงที่สามารถใช้ข้อมูลด้วยกันได้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น การปราบสแกมเมอร์ ทุกภาคส่วนใช้กฎหมายร่วมกันและแชร์ข้อมูลกัน นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์ได้กว่า 11,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 2 เดือน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้านโยบายรวมศูนย์ข้อมูล แต่ไม่ใช่การรวมถังข้อมูล แต่จะมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน มี Safety ของแต่ละหน่วยงาน เนื่องจากหากอบรมฐานข้อมูลไว้ด้วยกัน หากรั่วไหลจะไปทั้งหมด

ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชน จะสนับสนุนให้มี AI เป็นของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนธุรกิจ โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุน ทั้งการยกระดับคุณภาพและขยายตลาด สุดท้ายคือส่วนของภาคประชาชน เราจะลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึง AI แบบโปรได้ เข้าใจว่าหลายคนกลัวเรื่องการใช้ AI แต่พรรคภูมิใจไทยจะทำให้การใช้ AI อยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย

“หากประชาชนเลือกภูมิใจไทย เราจะทลายสแกมเมอร์ และไม่มีกาสิโน เราจะรู้ทันภัย แล้วประเทศไทยจะมีสิทธิขั้นพื้นฐานในด้านประกันภัยครัวเรือน มากกว่า 100,000 บาทต่อครัวเรือน และจะร่วมกันทรานฟอร์มทุกภาคส่วนของประเทศไทยในเชิงดิจิทัล ด้วยความรับผิดชอบและปลอดภัย” นายไชยชนก กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน