อ๋อย เสนอ 5 ข้อ แนะ กกต.ควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติเสรี ไร้ครอบงำขู่เข็ญ จวก กกต.เฉื่อย จี้เร่งตีปี๊บสร้างความเข้าใจ ประชาชนหวั่นคนใช้สิทธิน้อย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ธ.ค.2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการจัดทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.69 ว่า ภายใต้แนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 พรรคเพื่อไทยจึงมีคำสั่งที่ 0017/2568 แต่งตั้งคณะกรรมการรณรงค์สื่อสารประชามติและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ลงวันที่ 19 ธ.ค. โดยมีตนเป็นประธาน
การจัดทำประชามติในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากผ่านความเห็นชอบของประชาชนจะเกิดความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นต้นทุนทางสังคมและทางการเมืองที่รัฐสภาจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป แต่หากการจัดทำประชามติในครั้งนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน อาจมีผลเสียถึงขั้นทำให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เกิดขึ้นได้อีกเลย ส่งผลเสียหายต่อประเทศและประชาชนไปอีกยาวนาน
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คณะกรรมการ ได้กำหนดกรอบแนวทางทำงานในช่วงระยะเวลาอันจำกัดนี้ใน 5 หัวข้อ คือ 1.เร่งจัดทำคำอธิบายหรือชุดความคิดที่แสดงให้เห็นถึงปัญหา และข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
2.เร่งสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง องค์กรเอกชน และเครือข่ายต่างๆ เพื่อมาร่วมกิจกรรมรณรงค์ให้เห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.จัดทำแผนงานกิจกรรมรณณรงค์ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ โดยนำคำอธิบายหรือชุดความคิดที่อธิบายถึงข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นเหตุผลที่จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปเผยแพร่ต่อกลุ่มเป้าหมาย และประชาชนผู้มีสิทธิเสียงอย่างทั่วถึง
4.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ สื่อสาร ที่เหมาะสมในแต่ละช่องทาง แต่ละกลุ่มเป้าหมาย และ 5.มีหนังสือถึงกกต. เร่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการให้ประชาชน พรรคง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้มีสิทธิเสรีภาพ
จัดกิจกรรมรณรงค์การออกเสียงประชามติอย่างเท่าเทียม รวมถึงเร่งเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนออกเสียงประชามติแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง อีกทั้งเร่งจัดแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและรอบด้าน เท่าเทียมกันทั้งผู้ที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.ได้ควบคุมและกำกับดูแลให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปโดยเสรี ปราศจากการครอบงำ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม หรือหลอกลวง เพื่อให้การออกเสียงประชามติสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยพร้อมร่วมมือกับพรรคการเมือง กลุ่มองค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไป เรายินดีจะเข้าร่วมทำกิจกรรมกับทุกภาคส่วนในทุกเวทีที่ทำได้ เพื่อไม่ให้ความพยายามจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกปิดประตูตาย หรือถูกกลบฝังจนหมดพลังเดินหน้าต่อ เราจึงไม่อาจหมดหวัง แม้จะมีอุปสรรคขวากหนามอีกมากรออยู่ข้างหน้าก็ตาม
ขอเชิญชวนทุกพรรค ทุกองค์กรภาคประชาชน ภาคเอกชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทุกคน ช่วยกันทำให้ประชามติครั้งนี้เป็นวาระร่วมของประเทศ ช่วยกันอธิบาย ช่วยกันรณรงค์ และชวนกันออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด ถ้าทุกฝ่ายช่วยกัน ประชามติครั้งนี้จะผ่าน และประเทศไทยจะได้เริ่มต้นเส้นทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่าการทำประชามติไม่สามารถออกเสียงล่วงหน้าได้เหมือนการเลือกตั้งทั่วไป จะทำให้คนโหวตประชามติน้อยลงหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนนี้จะเกิดเป็นความเสียหาย เขาต้องมาลงประชามติอีกครั้งหนึ่งในวันเลือกตั้ง แต่เท่าที่ฟังดู กกต.บอกว่าจะหาทางให้ออกเสียงคะแนนนอกพื้นที่ได้
เมื่อถามว่าถ้าครั้งนี้ไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ครั้งหน้าจะแก้ได้อีกหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่าถ้าหากไม่ผ่านความเห็นชอบ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มาก เราจะอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 60 ที่มีปัญหามาก เนื่องจากมีข้อจำกัด มีปัญหาต่อชีวิตปากท้องประชาชน ทำประเทศล้าหลัง เป็นผลเสียต่อไปยังรุ่นลูก รุ่นหลาน
เมื่อถามว่าการเปิดให้ลงทะเบียนช้าและให้ข้อมูลที่น้อย มองเป็นเกมการเมืองได้หรือไม่ เพราะอาจมีบางพรรคไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความเฉื่อย ไม่กระตือรือร้นของ กกต. ซึ่งมีหน้าที่หลักในการทำความเข้าใจ และชี้แจงความชัดเจน รัฐบาลสามารถช่วยชี้แจงได้แต่ห้ามชี้นำ
แต่ขณะนี้ช้ากว่าที่ควรจะเป็นไปมาก หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง การชี้แจงต่อประชาชนน้อยมาก เราจึงเสนอว่าขอให้ กกต. เร่งดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการรณรงค์ประชามติ ได้ประสานไปยังภาคประชาชนเพื่อหารือร่วมกัน
เมื่อถามว่ามองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความไม่กระตือรือร้นจะมีผลทำให้คนรู้น้อย มาลงประชามติน้อย ถ้ามีเกมการเมืองมากกว่านั้นอาจกลายเป็นการกระซิบคน กระซิบเจ้าหน้าที่ ให้ไปบอกประชาชนว่าไม่ต้องไปสนใจแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นไปได้ แต่เรื่องนี้ถ้าทำโดยภาคประชาชน เอกชน หรือองค์กรการเมืองสามารถทำได้
แต่ถ้าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือ กกต.ทำแบบนี้ไม่ได้ เราต้องเรียกร้องให้ กกต.เร่งทำงานเรื่องนี้ ทั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยจะเตรียมชุดข้อมูล และคู่มือให้แก่ผู้สมัครรวมถึงบุคลากรของพรรค เพื่อให้สื่อสารถึงประชาชน ขณะนี้เราต้องทำงานแข่งกับเวลาเพราะเวลาเหลือน้อยมากแค่ 1 เดือนในการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการไปออกเสียงประชามติ