อนุทิน ย้ำยึดโหวตเตอร์ ขออย่ากล่าวหาพรรคไหนใช้ทุนเทา ยันไม่เคยคิดเป็นคู่แข่ง‘เท้ง’ ขอแข่งกับตัวเอง ทำนโยบายกวาดสส.ทะลุ 100 เก้าอี้ โต้นิทานหลอกเด็ก ลั่นถ้ามีแก้112 ไม่มีภท.
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่ไทยทีวีสีช่อง 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล แต่หลายพรรคกลับปฏิเสธไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ทำให้เกิดความกดดันกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ฟังการตัดสินจากประชาชน
ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธราม ระบุถ้าไม่มีใครจับมือ จะจับมือกันเอง นายอนุทิน กล่าวว่า ฟังผลการตัดสินใจของประชาชน ที่ผ่านมาทำแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผ่านการเลือกตั้งมา 3 ครั้ง ก็ไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานของประชาชนจากการเลือกตั้ง
ตนพูดย้ำทุกเวทีว่า ที่ผ่านมาได้แปลงการตัดสินใจของประชาชน มาเป็นความต้องการของประชาชน เรายึดหลักนี้มาตลอด ขอความกรุณาไม่ถามว่าใครจะจับกับใคร ตนไปกับประชาชน ไปกับโหวตเตอร์ของตน
เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินว่าพรรคใดใช้ทุนเทา นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปเชื่อเรื่องการกล่าวหา การให้ร้ายคนใดพรรคใด หรือก่อนศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะตัดสิน ทำแบบนั้นคงไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือดูอีก 46 วันก็จะรู้แล้วว่าประชาชนต้องการอะไร
เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศจะตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคแข่งกันหมด ไม่เห็นแปลก ส่วนตัวไม่เคยแข่งกับใคร แต่แข่งเสนอนโยบาย แข่งกับตัวเอง ทำอย่างไรให้ประชาชนรับนโยบาย และเชื่อมั่นในตัวพรรคภูมิใจไทย และกาพรรคภูมิใจไทย
เมื่อถามถึงความมั่นใจในนโยบายที่ประกาศออกไปจะทำให้จำนวน สส.วิ่งถึงหลักร้อย นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมั่นใจสิ เพราะไม่ได้ทำคนเดียว เมื่อก่อนพรรคภูมิใจไทยอาจมีขาดๆเกินๆบ้าง บางส่วนอาจไม่แข็งตรงนี้อาจจะหาผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ พรีเซนต์กับประชาชนไม่ขาด แต่ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยพรีเซนต์ขาดหมด ทั้งมิติเศรษฐกิจ การต่างประเทศ ความมั่นคง สังคม การศึกษา และสุขภาพ รอบนี้เราระบุชื่อคนได้เลย
เมื่อถามว่าภายหลังเปิดนโยบายมีคนมาร้องเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการสัญญาว่าจะกลับมาใช้หนี้โครงการคนละครึ่งพลัส 2,400 บาท นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องหวัง ตนไม่มีถุงอะไรไปแขวนหน้าประตูบ้านอย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยใช้ม.112 มาเป็นนิทานหลอกเด็ก ว่า มาตรา 112 ไม่เคยเป็นนิทานหลอกเด็ก เพราะเกิดขึ้นก่อนจะมีพรรคประชาชนอีก ในปี 2552 ตั้งแต่สถาปนาพรรคภูมิใจไทย และตอนนี้ชอบใช้คำว่าสถาปนา เพราะชอบเวลาที่กองทัพใช้คำว่าสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดน
เมื่อถามย้ำว่านายณัฐพงษ์ ระบุว่าไม่อยากให้เอาเรื่องนี้ไปหลอกประชาชนให้เลือกระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า ถ้าคิดจะแก้มาตรา 112 อยู่ ตนก็ร่วมด้วยไม่ได้ ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่าถ้าเขาตกผลึกแล้ว อนาคตก็มาแก้ไขได้ และชัดเจนอยู่แล้วว่ามีความคิดที่จะแก้ไขอยู่ แล้ว ใครหลอกประชาชนกันแน่ ตนไม่หลอกแน่นอน แตะมาตรา 112 เมื่อไหร่ ก็ไม่มีพรรคภูมิใจไทย ตนไม่ได้หลอก ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดเจนอย่างไรแล้ว
ส่วนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจผิดเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เพราะพรรคประชาชนต้องการแก้แค่เฉพาะกฎหมายนิรโทษกรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องนี้ นิรโทษกรรมคือคนที่กระทำความผิดเกี่ยวกับมาตรา 112 แล้วไม่ต้องรับผิด ซึ่งก็ไม่ใช่แนวทางของพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้เข้าใจผิด
เมื่อถามว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้ปิดประตูพรรคใดพรรคหนึ่ง รวมถึงพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยึดประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง 2-3 ครั้งที่ผ่านมา การไปพูดมัดตัวเองไว้ก่อนแล้วทำกันไม่ได้ และมองข้ามประชาชนไป แล้วยังจะให้ไปมัดตัวเอง ตนถึงบอกว่าไม่หลอกประชาชน ตนขอฟังประชาชนก่อน การจะจับตนไปมัดกับใครคือประชาชน
เมื่อถามว่าคืนวันที่ 8 ก.พ.69 คาดหวังว่าจะมีการกระหน่ำโทรศัพท์เข้ามาหรือไม่ นายกฯ ร้องเพลง “ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝาก” ก่อนจะออกจากวงสัมภาษณ์ทันที