“พิจารณ์-ช่อ” พา “เท่าพิภพ” ส่งเอกสารผู้สมัคร สส.บางพลัด-บางกอกน้อย เผย ใช้เวลาตัดสินใจ 8 วินาที มอง ภารกิจสำคัญคือ ทวงคืนความเชื่อมั่น-เข้าสภา โหวต “เท้ง” เป็นนายกฯ
30 ธ.ค. 2568 – ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญุี่ปุ่น (ดินแดง) นายพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้ง กทม. พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการณ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน. นำ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ยื่นใบสมัคร สส. เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย ในนามพรรคประชาชน ภายหลัง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครลาออก เหตุต้องคดีฟอกเงิน

พิจารณ์-ช่อ พา เท่าพิภพ ส่งเอกสาร ผู้สมัคร สส. บางพลัด-บางกอกน้อย เผย ใช้เวลาตัดสินใจ 8 วิ
นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ความกังวลได้หมดไปตั้งแต่เมื่อวาน ที่มีการประชุมไพรมารีโหวต ซึ่งมีเสียงเอกฉันท์ ให้ตนมาทำหน้าที่นี้ ส่วนตัวมั่นใจ เพราะได้พลังจากทุกคน ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่บางกอกน้อยหรือบางพลัด แต่เป็นภารกิจของพรรคประชาชนทั้งประเทศ ที่จะทวงคืนความไว้วางใจ
ตนเป็นผู้แทนราษฎรมา 7 ปี พูดเสมอว่า ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุดของนักการเมืองคือ ความไว้วางใจของประชาชน ในเมื่อวันที่เราเสียมันไปแล้ว ไม่มีทางทวงคืนได้ จะใช้เงินเท่าไรก็ไม่มีทางทวงคืนมาได้ พรรคปชน.เห็นว่า ตนเองเหมาะสม ที่จะไปทวงความเชื่อใจกลับคืนมา ตนเองจึงตอบรับ และพร้อมกับทำหน้าที่
สมัคร สส. ภารกิจสำคัญคือ ทวงคืนความเชื่อมั่น-เข้าสภา โหวต “เท้ง” เป็นนายกฯ
นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า ความจริง ตนก็ช่วยงานพรรคประชาชนอยู่ เมื่อวานยังเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.นนทบุรี และเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้กับเขตเดิม ส่วนตอนบ่ายก็มาเป็นแคนดิเดต สส.ในเขต 33 เวลาเราน้อย จึงหมดเวลาลังเล ใช้เวลาตัดสินใจเพียง 8 วินาที
“สำหรับ ชาวบางพลัด-บางกอกน้อย ผมเข้ามาตรงนี้ไม่ใช่พรรคคิดว่าจะส่งใครลงก็ได้ แต่เชื่อมั่นว่าจากประสบการณ์ จะทำให้ผมสามารถรับใช้พี่น้องประชาชนในเขตนี้ได้อย่างแน่นอน”
ส่วนที่มีบางกลุ่มพยายามหยิบคำพูดของตนเองขึ้นมา ว่าตระบัดสัตย์ บอกว่า จะไม่ลงการเมืองแล้ว กลับมาอีกครั้งหนึ่ง นายเท่าพิภพ กล่าวว่า เป็นความจำเป็น 48 ชั่วโมงนี้สำคัญมาก หากเรามีเวลามากกว่านี้ อาจเป็นผู้สมัครคนอื่น สามารถด่าตนเองได้ว่า ตระบัดสัตย์ หรือย้อนคำ แต่ไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อตนเอง
จะด่าก็ได้ เพราะตนเองมาที่นี่เพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นหนึ่งเสียง เป็นทางเลือกให้กับชาวบางพลัด-บางกอกน้อย เข้าสภาฯ เพื่อโหวตให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อเปลี่ยนประเทศ สิ่งนี้สำคัญมากกว่าการที่ตนพูดแล้วจะคืนคำหรือไม่คืนคำ หลายคนเข้าใจว่าสถานการณ์นี้ก็ต้องทำแบบนี้
ด้าน นายพิจารณ์ กล่าวว่า อยู่ที่ความไว้วางใจของประชาชน เมื่อเราพบว่า มีผู้สมัครที่มีความเกี่ยวข้อง แต่พรรคแสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ต้องหาเพื่อสะท้อนว่า เราไม่จำเป็นต้องปกป้องใคร ผู้สมัครต้องดีที่สุดสำหรับประชาชน เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัว
วันนี้เราอยู่ในช่วงการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้น เมื่อวันที่พรรคประชาชน เป็นรัฐบาล มีจำนวน สส.ในสภาฯ มากกว่ากึ่งหนึ่ง และมีรัฐมนตรี เป็นบทบาทสำคัญที่จะตรวจสอบกันภายในพรรค เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้แทนราษฎรในสภาฯ จะไม่ไปทุจริตคอรัปชั่น คณะรัฐมนตรี จะทำงานเพื่อตอบโจทย์ประชาชน ยืนยันว่า “มีส้มไม่มีเทา” ไม่ใช่แค่สโลแกนหาเสียง แต่กลั่นออกมาจากวิธีคิด และวิธีทำงานของพวกเรา
ส่วนเหตุผลที่เลือก นายเท่าพิภพ เพราะเป็นไปตามกระบวนการที่ต้องมีผู้เสนอตัวเข้ามา หลังจากที่เห็น นายเท่าพิภพ โพสต์ในเฟสบุ๊ก ตนดีใจที่เสนอตัวเข้ามา ในเบื้องหลังมีหลายคนที่เสนอตัวเข้ามาแต่ภายใต้เวลาก่อนที่จะมีการปิดรับสมัครในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ คณะกรรมการคัดสรรและคณะกรรมการบริหารพรรค จะมีเวลาเพียงพอหรือไม่ ที่จะตรวจสอบผู้ ที่สนใจเข้ามาเป็นตัวแทน
แต่สำหรับ นายเท่าพิภพ ที่เราฝ่าฟันอุปสรรคมาหลายอย่าง จึงค่อนข้างมั่นใจ ตนเองคิดตรงกับคณะกรรมการคัดสรรและสมาชิกที่มีการทำไพรมารี่โหวต จึงขอขอบคุณนายเท่าพิภพที่เสียสละ เชื่อว่าจะมีประชาชนบางส่วนที่ต่อว่าต่อขานว่ากลับคำพูด แต่ครั้งนี้เป็นการเข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้กับพรรค
ทั้งนี้ตามข้อกฎหมายเข้าใจว่า การส่งผู้สมัครคนใหม่ แทนผู้สมัครคนเดิม จะต้องเป็นกรณีที่ผู้สมัครคนเดิมเสียชีวิต หรือขาดคุณสมบัติ ซึ่ง นายบุญฤทธิ์ ผู้สมัครคนเดิม ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ทำให้ขาดคุณสมบัติ ในการเป็นผู้สมัครพรรค สส.สามารถเปลี่ยนผู้สมัครได้ เป็นกระบวนการตามกฎหมาย โดยหลังจากนี้ กกต.จะต้องมีการรับรองผู้สมัครตามเงื่อนเวลา เชื่อมั่นว่า ไม่ได้มีข้อติดขัดทางกฎหมาย
นายพิจารณ์ ยังกล่าวถึงผลกระทบกับแคมเปญ “มีส้มไม่มีเทา” ว่า ตนตอบแทนประชาชนไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำทันทีหลังจากทราบภายในเวลา 3 ชั่วโมงคือ เร่งหารือและหาทางออก อยากให้ประชาชนมองเห็นถึงการกระทำและความจริงใจ เราพยายามออกแบบกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้ดีขึ้นทุกการเลือกตั้ง
รอบนี้มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และเครดิตบูโร เอาชื่อผู้สมัครไปประกาศในเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็น เราพยายามทำให้ดีที่สุด แต่รอบนี้ด้วยเงื่อนเวลากระบวนการการออกหมายจับมาหลังกระบวนการพรรค เมื่อเรารู้เราทำทันที
“แม้ตัวผู้ถูกกล่าวห าจะยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา แต่เมื่อมีความเคลือบแคลงสงสัย จึงจำเป็นจะต้องเปลี่ยนตัว ฝากไปถึงประชาชนการที่เราพูดว่า มีส้มไม่มีเทา ไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่เราจะทำแม้ว่าเราจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือ ครม.”