เพื่อไทย ยัน พร้อมเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต่อ หากกลับมาเป็นรัฐบาล ชี้ จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น หลัง 10% ของ GDP คือปัญหาเรื่องสุขภาพ
เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 2 ม.ค. 2569 ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมพรรคเพื่อไทย วิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี ถึงนโยบายด้านสวนสาธารณะและสุขภาพว่า ต้องพูดถึงเรื่องของการลดรายจ่ายก่อน เพราะร่วม 10 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เป็นเรื่องสุขภาพที่ไม่ดี
โดยการดูแลเรื่องค่ารักษา คือเรื่องของปลายทาง ซึ่งเราพยายามแก้ปัญหาที่ต้นทาง ทั้งนี้ เราพบว่า ประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ เราสามารถป้องกันที่จะเกิดโรคได้ จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกกำลังกาย เพื่อการดูแลร่างกาย
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องสวนสาธารณะและสภาพอากาศ พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้น สว. แต่ยังไม่สุดทาง ซึ่งเราจะผลักดันเรื่องนี้และกฎหมายลูกต่อไป เพราะอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจด้วย การที่อากาศมีปัญหาทำให้ชีวิตข้างนอก ทุกคนไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้
ดังนั้น อากาศสะอาดจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการแก้ปัญหาหลายภาคส่วนจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟฟ้าและขึ้นรถเมล์มา ซึ่งต้องมีการลดค่าใช้จ่าย รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
เมื่อถามว่าระหว่างวิ่งมีประชาชนสะท้อนอย่างไรบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือเรื่องปากท้อง ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่เข้ากับนโยบายของพรรคเพื่อไทย อย่างที่สวนสาธารณะเรื่องปากท้องเป็นเรื่องที่นำมาพูดคุยกันที่นี่ บางส่วนมีการพูดคุยเรื่องการใช้ชีวิต เช่น ผู้สูงอายุเมื่อเจอกับคนต่างรุ่นก็มีการพูดคุยแนะนำกัน
ซึ่งในส่วนของสวนสาธารณะ เป็นเรื่องที่พูดคุยกันมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นเป็นการปราศรัยในสวนสาธารณะ ดังนั้น สวนสาธารณะจะเป็นจุดศูนย์รวมที่เวลาคนมีความเครียดก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ การที่เราทำให้สวนสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ดี จะเป็นศูนย์รวมและทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การผลักดันสตรีทฟู้ดโดยการหาที่ขายให้ ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และไม่ใช่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่หากกรุงเทพฯ ทำได้ จังหวัดอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน
ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว
แต่ยอมรับว่ากระบวนการของกรรมาธิการใช้เวลาค่อนข้างนานถึง 2 ปี มีการปรับแก้ และสุดท้ายเข้ามาในสภา แม้เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ใช้เวลาเป็นเดือน จนกระทั่งผลักดันจนผ่านกระบวนการเข้าไปสู่ชั้น สว.แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภา ทำให้ตัวกฎหมายนั้นติดขัด ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะผลักดันตัวกฎหมายหรือไม่
แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไปให้ได้ เพราะจะเป็นเครื่องยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้รับอากาศบริสุทธิ์
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ค่อนข้างสูง ซึ่งกลไกในการดำเนินการของพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่าไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการเผาภายในประเทศ ซึ่งต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการเผาในปัจจุบันเริ่มจากประเทศใกล้เคียง และเข้ามายังประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีการเผาในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โดยในกฎหมายจะมีการกำกับว่า ผู้เผาจะต้องเป็นผู้จ่ายเพื่อนำมาชดเชย และแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าผลักดันต่อไป