เปิดขั้นตอน ออกเสียงประชามติ กกต. เปิดลงทะเบียนออกเสียงนอกเขตและนอกราชอาณาจักร 3 ม.ค. – 5 ม.ค.69 ย้ำต้องลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง
วันที่ 2 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้(3 ม.ค.2569) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร เป็นวันแรก สำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนเพียง 3 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 3 ม.ค. 2569 – 5 ม.ค. 2569
ต้องลงทะเบียน ออกเสียงประชามติ นอกเขตและนอกราชอาณาจักร อีกครั้ง
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักรแล้ว จะต้องเข้าไปลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรใหม่อีกครั้ง เพื่อแสดงตนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร
โดยผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักร จะต้องใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 2569 และหากลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักรด้วย จะต้องเดินทางไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)
ส่วนประชาชนที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 จะได้ใช้สิทธิออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.ด้วย
จำให้ดีๆ มีบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ และบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ
- บัตรใบที่ 1 สีเขียว เลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต
- บัตรใบที่ 2 สีชมพู เลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ
- บัตรใบที่ 3 สีเหลือง ออกเสียงประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
ขั้นตอน การใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
- ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
- จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขต และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก
- เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QRLICENCE และบัตรคนพิการ
ขั้นตอนที่ 3 : แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
- ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
ขั้นตอนที่ 4 : รับบัตรเลือกตั้ง สส. และลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท
- รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 5 : เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
- เข้าคูหาลงคะแนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบบแบ่งเขต เลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคการเมืองเดียว
- หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
- พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 6 : หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงหีบบัตรเลือกตั้ง
- นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง
ขั้นตอนและกระบวนการ ออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนที่ 7 : แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
- ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนที่ 8 : รับบัตรออกเสียงประชามติและลงลายมือชื่อชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ
- รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ขั้นตอนที่ 9 : เข้าคูหาออกเสียงประชามติ
- เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่อง ทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
- พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา
ขั้นตอนที่ 10 : หย่อนบัตรประชามติและออกจากที่เลือกตั้ง
- นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้งตามทางออกที่กำหนด



