มนพร ฟาดกลับ ภท. ปมดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ แต่ ‘อนุทิน’ เอางบมาทำคนละครึ่งพลัส ลั่นใครกันแน่บิดเบือน ฝากถาม กกต. หาเสียงผิดสัญญาว่าจะให้หรือไม่

วันที่ 3 ม.ค. 2569 นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 1 จ.นครพนม พรรคเพื่อไทย และ อดีต รมช.คมนาคม กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีโฆษกพรรคภูมิใจไทยออกมาให้ข่าวกล่าวหาว่าตนปราศรัยบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปมเงินดิจิทัลวอลเล็ตถูกพับ ใครกันแน่ที่บิดเบือน แทนที่จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ทำไมรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่สานต่อดิจิทัลวอลเล็ต กลายมาเป็นคนละครึ่ง แต่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง ทำงานการเมืองไม่แมน

นางมนพร กล่าวต่อว่า ในเวทีของการปราศรัยทุกๆ เวที ตนได้พูดถึงนโยบายของรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ว่านโยบายที่เราชูกับพี่น้องประชาชนเราทำอะไรไปบ้าง อย่างเช่นนโยบายในเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ เกิดประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน

นางมนพร กล่าวอีกว่า โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนถามว่าเดิมทีนโยบายที่เราผลักดันไปถึงพี่น้องประชาชนคือโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะให้ประชาชนคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ทำไมการที่เราแจกไป 2 เฟสนั้นเด็กถึงไม่ได้ แล้วประชาชนที่เหลือถึงไม่ได้

นางมนพร กล่าวต่อว่า ตนได้นำเรียนพี่น้องประชาชนว่า จริงๆ แล้วการที่เราไปเป็นรัฐบาล เราจะต้องบริหารเงินงบประมาณ ไม่ใช่เพียงแค่ดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียว ยังมีความจำเป็นทางด้านอื่นๆ อีกมากมาย เราจึงต้องจัดสรรแล้วจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเฟส

โดยเฟสแรกเราจ่ายให้ผู้ที่ถือบัตรประชาชน บัตรคนจน ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในสองเฟสแรก แล้วเฟสต่อไปเราคิดว่าในขณะที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลจากท่านนายกฯ เศรษฐา มาเป็นนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เราได้มีการพิจารณาว่าในงบประมาณปี 2568 – 2569 มีความจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง เราจะได้จัดสรรงบประมาณมาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังไม่ได้

นางมนพร กล่าวอีกว่า แต่ในช่วงรอยต่อที่ท่านนายกฯ แพทองธารไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้น มีการเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาลของนายกฯ อนุทิน แต่ยังมีงบประมาณเรียกว่างบกลางเหลืออยู่ เราเข้าใจว่าในงบประมาณปลายปี 2568 เราจะได้มีโอกาสได้จัดสรรเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปส่วนที่เหลือให้กับพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ตนก็ได้ชี้แจงไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้บิดเบือน ไม่ได้ใส่ร้าย

นางมนพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนได้พูดคือเป็นความจริงจากแนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าในช่วงของการพิจารณางบประมาณในปี 68 คณะรัฐมนตรีเองยังบอกว่ามีงบกลางที่เหลืออยู่ แล้วก็จะดูความจำเป็นว่าเราจะทำดิจิทัลวอลเล็ตต่อหรือไม่ นี่คือขั้นตอนของงบประมาณ การจะทำพิจารณางบประมาณจำเป็นเดือดร้อน ทุกๆครั้งคณะรัฐมนตรีจะขอนายกฯ เราจะใช้งบกลาง

นางมนพร กล่าวอีกว่า โดยงบกลางต้องผ่านมติ ครม. คณะรัฐมนตรีตอนนั้นต้องเห็นชอบหมดทุกพรรคที่เข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี และตอนที่ตนอยู่ร่วมรัฐบาล ตนเห็นทางพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ยกมือแล้วไม่มีใครคัดค้านในที่ประชุม ครม. แต่เมื่อวันหนึ่งที่ตนออกมาหลังจากยุบสภา พี่น้องประชาชนถามว่าทำไมพี่น้องประชาชนบางส่วนถึงไม่ได้

นางมนพร กล่าวต่อว่า ตนได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่างบประมาณปี 2569 เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แต่รัฐบาลของนายอนุทินได้เอาเงินงบประมาณที่ผ่านพิจารณา มาทำเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นอำนาจรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี สามารถทำได้ ทั้งหมดคือความจริง แล้วทางโฆษกพรรคภูมิใจไทย ควรจะได้ชี้แจงต่อประชาชนด้วยซ้ำว่าทำไมโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ท่านถึงไม่ทำต่อ เพราะอะไร

นางมนพร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันท่านควรจะขยายความต่อว่าการไม่ทำต่อนั้นเป็นเพราะอะไร แล้วท่านถึงมาเปลี่ยนเป็นโครงการคนละครึ่งพลัส พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการคนละครึ่งพลัสบ้าง เช่นเดียวกันคนละครึ่งพลัสท่านเองก็ไม่สามารถอนุมัติให้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ท่านยังมีจำนวนคงเหลือพี่น้องประชาชนตกค้างอีกหลายล้านคนที่ยังไม่สามารถได้โครงการคนละครึ่งพลัส

“แถมท่านนายกฯ อนุทินยังมาแถลงกับพี่น้องประชาชนว่าท่านกลับมาเป็นนายกฯ จะได้ใช้หนี้ ติดค้างประชาชนไว้อีก 2,400 บาทนั้น นี่จะไม่ใช่เป็นการที่สัญญาว่าจะให้เหรอคะ ฝากถาม กกต. ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีโอกาสได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน มีโอกาสได้ชี้แจงว่าเงินตรงนี้เราไปทำอะไรบ้าง และเงินตรงนี้รัฐบาลเอาไปทำอะไรบ้าง”

“ท่านควรจะใช้เวทีตรงนี้ ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน แล้วทำความเข้าใจ โดยการที่จะเอาคำปราศรัยของดิฉันไปยื่นร้องต่อ กกต. ดิฉันคิดว่ามันไม่แมน เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ดิฉันมองว่าการที่นักการเมืองคนหนึ่งได้ลุกขึ้นมาปราศรัยแล้วก็ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาถึงการใช้จ่ายงบประมาณ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด แต่หันกลับไปดูว่าท่านในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหรือไม่” นางมนพร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน