อนุทิน​ ประชุมขับเคลื่อนภารกิจ มหาดไทย​ หวังไม่มีปะทะรอบ​ 3 ย้ำ​ ข้าราชการ วางตัวเป็นกลาง​เลือกตั้ง​ 2569 ขอมั่นใจ กกต. มีแผนรองรับหากเกิดเหตุสะดุด​

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสําคัญของกระทรวงมหาดไทย​ โดยมีนายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ และ​ผู้บริหารระดับสูง​ ร่วมประชุมเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โดยนายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ว่า​ ขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านขอให้ทุกท่าน ได้รับสิ่งที่เป็นสิริมงคล เป็นกำลังใจในการทำงาน รับใช้ประเทศไทยและประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อบันดาลความมั่งมีศรีสุข ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข

และขอบคุณข้าราชการมหาดไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอธิบดีและอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ปฏิบัติงานดูแลประชาชนมาโดยตลอด ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ทุกคนดำเนินงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร กลับภูมิลำเนาของประชาชน ได้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่นเสียสละทุ่มเทได้กายแรงใจ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนทุกคน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอฝากผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง นำคำขอบคุณไปยังข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น พี่น้องชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ดูแลประชาชนจากความทุกข์ยากและลำบาก

โดยระหว่างที่เกิดปัญหาชายแดนไทย​ -​กัมพูชา ฝ่ายปกครองและเครือข่าย ได้ทำหน้าที่ร่วมกันรักษาอธิปไตยของชาติไทย ทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เฝ้าระวังสถานการณ์ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ที่อาศัยตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ประชาชนต้องอพยพมายังศูนย์พักพิง จะเห็นการบริหารจัดการ ที่ทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจ

ในสภาวะการณ์อย่างนี้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการดูแล ให้ข้าวของ อาหารการกินเครื่องนุ่งห่ม​ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเอาใจใส่ อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ในช่วงที่ต้องการกำลังใจจำนวนมาก​

“วันนี้ผมขอยืนยันว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ผมได้ใช้โอกาสในช่วงวันหยุด เทศกาลปีใหม่ ลงพื้นที่ตามแนวชายแดน ไม่ใช่พบแต่ฝ่ายทหารที่ทำหน้าที่ แต่ยังไม่คบกับฝ่ายปกครอง และได้เห็นความมุ่งมั่น ขยันขันแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชย จึงขอชมผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูแลบริหารสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา มีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายทั้งดีและไม่ดี ทั้งสถานการณ์ภัยพิบัติวาตภัยที่เกิดขึ้น ก็ขอให้ถอดบทเรียนเตรียมการ กรณีที่เกิดขึ้นอีก ซึ่งเกิดขึ้นแน่ๆ และความรุนแรงจะเป็นเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่สภาพของพื้นที่และธรรมชาติ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การดำเนินการให้การดูแลประชาชนและรองรับสถานการณ์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลาย ทำเป็นแผนเผชิญเหตุที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที สิ่งที่เกิดขึ้นที่ จ.สงขลา​ อ.หาดใหญ่ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก แต่คนที่ลงไปอยู่ในพื้นที่จะเห็นว่า ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เป็นสถานการณ์ที่เกิดความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถบอกได้ว่าความเต็มที่ของเรา ไม่ต้องไปยกระดับหรือปรับปรุงอะไรอีกแล้ว ตรงกันข้ามขอให้ถอดบทเรียนสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าถ้าเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะทำอย่างไร ตนเชื่อว่าอาจจะเกิดมากขึ้น แต่ขอให้เตรียมตัวให้ทุกอย่างเข้าที่ ภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมทั้งบูรณาการ ความร่วมมือเพื่อให้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นายกฯ ยังกล่าวถึงความพร้อมในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนว่า ได้รับทราบว่ากระทรวงมหาดไทยได้เยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยและภัยต่างๆ ตั้งแต่จังหวัดทางภาคเหนือจนถึงภาคใต้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ต้องขอขอบคุณทุกท่านในความร่วมมือ และประสิทธิภาพของงานที่ได้ทำอย่างเต็มที่

และฝากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการแจ้งเตือนภัยประชาชน โดยเฉพาะเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเตือนภัย เราได้ลงทุนไปแล้วเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งการสื่อสารคือความสำคัญ ที่ต้องส่งไปยังประชาชน เพราะหากประชาชนเดือดร้อน ความรับผิดชอบก็จะตกมาที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นฝ่ายปกครองจึงขอให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

นายอนุทิน ยังกล่าวเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า ขอให้กำชับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเรื่องของการเผา เพื่อรักษาสถานการณ์และเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาของฝุ่นละออง PM 2.5​ ที่จะมาแทนปัญหาน้ำท่วม

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขณะที่การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดูแลประชาชนเป็นอย่างดี แม้ว่าขณะนี้จะยุติการโจมตีซึ่งกันและกันแล้ว แต่ขอฝากให้ตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาทในการดูแลประชาชน อย่างการจัดตั้งศูนย์พักพิง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ​ 7 จังหวัดชายแดน ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา

เราหวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเป็นระลอกที่ 3 หลังจากที่มีการเจรจาและลงนามข้อตกลงร่วมหรือ Joint​ statement เพราะฝ่ายไทยได้กำหนดข้อกำหนดต่างๆ มามากพอสมควร มั่นใจว่าทุกฝ่ายจะรักษาในข้อผูกมัดซึ่งกันและกัน และคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก

ส่วนการเจรจาพื้นที่เขตแดน ถือว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม​ไทย​-กัมพูชา​ (JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป​​ (GBC) คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)

ขณะเดียวกันขอให้เร่งสำรวจความเสียหายของประชาชน โดยเฉพาะเคหะสถานที่ถูกโจมตี ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องให้การดูแลและซ่อมแซม ช่วยเหลือประชาชนในกรณีที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม และกำชับให้เร่งสำรวจให้ดีเพราะฝ่ายปฏิบัติมีงบประมาณที่จะดูแลช่วยเหลือเรื่องนี้อยู่แล้ว

“ได้ข่าวมาว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ หลายจังหวัดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าให้ความเชื่อมั่นในประเทศไทย และสถานการณ์กลับมาเป็นปกติแล้ว ผมได้รับรายงานจากทุกภาคส่วนว่ามีความคึกคัก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต จึงขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด เอาใจใส่และดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ​ ยังกล่าวถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง หลายคนจะรู้สึกว่าอัตราไม่ดีขึ้น แต่ตนได้เดินทางไปตรวจตามจุดต่างๆ เห็นว่าดีขึ้นยกเว้นถนนสายในที่มีปัญหาเดิมๆ เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย​ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ​ จึงขอให้จัดหมวดอุบัติเหตุแยกอย่างชัดเจน ไม่ใช่รวมกันไปหมด ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อะไร เดี๋ยวช่วงสงกรานต์ค่อยมากำหนดให้ชัดเจนกันอีกที​

นายอนุทิน กล่าวถึง​การเลือกตั้งในวันที่​ 8 ก.พ.ว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ขอให้มั่นใจว่าถ้ามีสถานการณ์ความไม่สงบหรือความไม่ปลอดภัย​ คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต.) จะมีแนวทางในการดำเนินการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นได้​

ขอให้ทุกท่านดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ให้เขาสู้กันไป ไม่ใช่ไปเลือกข้าง เพราะพรรคการเมืองทั้งหลายต้องการให้ข้าราชการทุกฝ่ายดำรงตนเป็นกลางอย่างเต็มที่ ไม่ช่วยใคร หรือบี้ใคร ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้ระบบราชการก็จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คนที่เข้ามาก็จะไม่รู้สึกอึดอัดอะไรที่จะทำงานด้วยกันต่อไป

“หากขอให้ดำรงใจเป็นกลางคงไม่ได้ เพราะท่านก็คงไปเลือกพรรคที่รัก คนที่ชอบ แต่ในภารกิจหน้าที่การงานขอให้ดำรงความเป็นกลางให้ได้มากที่สุด​เท่าที่จะทำได้ จะได้ไม่มีการยกอ้างอะไรจากฝ่ายการเมือง เราทำงานกันมา 3 ปีแล้ว ทุกท่านคงเห็นว่าตนไม่เคยไปขอให้ช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองชัดเจน ไม่เคยคุยกับท่าน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเมือง” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวถึงการทำงานอีกว่า​ ตนประชุมกระทรวงมหาดไทยเดือนละครั้ง แฟ้มถูกย้ายไปอยู่ที่ทำเนียบ​ จึงไม่ได้เข้ากระทรวง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงาน​ เพราะตนทำหน้าที่ควบนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พยายามทำให้ประสิทธิภาพของงานเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน