เพื่อไทยออนทัวร์อีสาน ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น ณัฐวุฒิ-จิราพร-ชญาภา ลั่นกลองรบ ปราศรัยร้อยเอ็ดไล่งูเห่า ทวงคืนศักดิ์ศรีคนร้อยเอ็ด ปักธง 8 ก.พ.เลือก สส.เพื่อไทย 8 เขต อ้อนเลือก พท.ทั้งคนทั้งพรรคเป็นอันดับ 1 ได้ “ยศชนัน” เป็นนายกฯ ไม่มีโหวตให้พรรคอื่น
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่โรงเรียนเสลภูมิ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร น.ส.ชญาภา สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และทีมหาเสียงพรรคเพื่อไทย ร่วมกันปราศรัยหาเสียงช่วย นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เบอร์ 4 เขต 4 พรรคเพื่อไทย ท่ามกลางมวลชนที่มาฟังการปราศรัยจากหลายอำเภอนับหมื่นคน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเลือกตั้งคราวนี้ที่ จ.ร้อยเอ็ด มีความพิเศษ เลือกตั้งปี 66 ตนเคยมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ด เพื่อช่วยคนเก่าเขตนี้ แต่วันนี้ผู้สมัครคนนั้นได้เลื้อยจากพวกเราไป หรือที่เขาเรียกว่างูเห่า เมื่อเขาได้จากไป ก็มีคนใหม่เข้ามาคือ นายศุภศิษย์ เบอร์ 4 ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นลูกในบ้านเป็นหลานในถิ่น เป็นลูกหลานคนร้อยเอ็ด ต่อสู้ไต่เต้าจนเป็นผู้ว่าราชการหลายจังหวัด จึงอยากขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนกาผู้สมัครเบอร์ 4 และเลือกพรรคเพื่อไทยเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทยเราสู้กันมานาน ไม่เคยถอย ยืนหยัดรับใช้ประชาชน แม้ถูกปฏิวัติ ถูกปลดนายกฯ มา 6 คน แต่ทุกครั้งที่เราล้มคือล้มบนตักประชาชน เพราะเขาจำได้ว่าพรรคนี้ทำอะไรเพื่อประชาชน ทั้งโครงการ 30 บาท โอทอป กองทุนหมู่บ้าน
ปัจจุบันหลายคนเป็นหนี้ พรรคเพื่อไทยมีแพ็กเกจนโยบายที่จะล้างหนี้ประชาชน ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ หรือล้างหนี้วัยเกษียณ หากเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลค่าไฟไม่เกิน 3.70 บาทต่อหน่วย และภายใน 3 เดือนแรกจะทำหวยเกษียณ เป็นการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน และยังได้ลุ้นรางวัลทุก 5 โมงเย็นวันศุกร์ นอกจากนี้ยังมีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะช่วยลดภาระลูกหลานของชาวร้อยเอ็ดที่เข้าไปทำงานหรือร่ำเรียนใน กทม.
“สำหรับพี่น้องคนร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยยังมีนโยบายดีๆ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวร้อยเอ็ด เพื่อไทยมีโครงการประกันกำไรสินค้าเกษตร 30 % ขณะที่การพักหนี้จะมีการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี จะทำให้พี่น้องเขต 4 อยู่ดีกินดีได้อีกครั้ง” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ด้านน.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ร่วมปราศรัย กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมาขอคะแนนเสียงให้นายศุภศิษย์ ที่ผ่านมาชาวร้อยเอ็ดร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาตั้งแต่สมัยไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย วันนี้มีหลายคนออกจากพรรค แต่จุดยืนอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยยังหนักแน่นเช่นเดิม เราได้คัดสรรผู้มีประสบการณ์มาดูแลชาวร้อยเอ็ดเขต 4 ยืนยันว่านายศุภศิษย์จะทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงเพื่อประชาชน
น.ส.จิราพร กล่าวว่า การเมืองที่ผ่านมาผิดปกติ เพราะรัฐบาลภูมิใจไทยที่เกิดจาก MOA กับพรรคประชาชน กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝ่ายค้ำ และพรรคภูมิใจไทย ยังมีพฤติกรรมขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลง MOA แต่สิ่งที่ประชาชนได้คือคดีที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยหยุดชะงัก และมีการโยกย้ายข้าราชการ จนทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการย้ายเพื่อเอื้อเลือกตั้งหรือไม่ ขณะเดียวกันความอยุติธรรมได้เกิดกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีหลายคดีที่ตามมา จึงอยากให้ทุกคนส่งเสียงเป็นกำลังใจให้ถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ
“เสียงของพี่น้องร้อยเอ็ด เขต 4 จะชี้ชะตาประเทศไทย ต้องกาพรรคเพื่อไทยทั้ง 2 ใบนะพี่น้อง 8 ก.พ.นี้อย่าแบ่งปันใจให้ใคร ต้องทวงคืนศักดิ์ศรีพี่น้องร้อยเอ็ดบ้านเรา เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกฯ ชื่อยศชนัน” น.ส.จิราพรกล่าว
จากนั้นทีมเพื่อไทยเดินทางไปยังเวทีที่ 2 ที่ดอนปู่ตา อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด ช่วยนายฉลาด ขามช่วง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เบอร์ 5 เขต 2 หาเสียง โดยมีประชาชนมารอฟังปราศรัยนับหมื่นคน
นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า 8 ก.พ.นี้พรรคเพื่อไทยส่งนายฉลาด ขามช่วง ขวัญใจชาวร้อยเอ็ดคนเดิม ในการเลือกตั้งเขต 2 มีบางพรรคหาเสียงโจมตีนายฉลาดว่าอยู่มานานตั้ง 9 สมัย ก็ที่ได้มาเป็น สส.ก็เพราะฉลาดไง ไม่ได้โง่ เขามีผลงานหลายเรื่อง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ด นี่คือพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทั้งการพัฒนาพื้นที่หรือแก้ปัญหายาเสพติด จึงขอโอกาสจากพี่น้องร้อยเอ็ดเขต 2 อีกครั้ง ในการส่งนายฉลาดเป็น สส.สมัยที่ 10
จากนั้นทีมเพื่อไทยปราศรัยต่อที่โรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ช่วยนายแทนรัฐ สุจารี ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เบอร์ 5 เขต 3 พรรคเพื่อไทย มีประชาชนมาร่วมรับฟังปราศรัยร่วมหมื่นคน
นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า มา จ.ร้อยเอ็ดไม่เคยผิดหวัง เลือกตั้งทุกครั้งได้รับการโอบอุ้มอย่างท่วมท้น สำหรับผู้แทนเขตนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแทนรัฐ และวันนี้เขาได้อาสามาลงแทนพ่อ ตนมั่นใจว่าหากนายแทนรัฐได้ทำหน้าที่ในสภาฯ ไม่เกิน 2 สมัยได้เป็นรัฐมนตรีแน่นอน ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลได้ ไม่ได้มาเพราะการซื้อเสียง แต่ใช้ผลงานซื้อใจประชาชน เมื่อเช้าตนดูข่าวเห็นคนพูดใส่เสื้อสีส้มว่ามีเรา ไม่มีเทา ชี้หน้าว่าพรรคนั้นพรรคนี้เทา แต่ไปทำ MOA ไปยกบ้านยกเมืองให้เขา พวกตนก็เตือน ประชาชนก็เตือน แต่ยังไปยกมือให้ ฃจนคดีฮั้ว สว.ไม่เดิน คดีเขากระโดงไม่ไป และแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้
“เอากันชัดๆตรงนี้ต่อหน้าคนร้อยเอ็ดเลย เลือกตั้งรอบนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 1 นโยบายพรรคเพื่อไทยต้องเป็นหลัก และนายกฯ ต้องชื่อนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่มีไปโหวตให้พรรคอื่น พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าเสียงประชาชนไม่มีสีเทา เพราะเสียงพี่น้องประชาชนคือพลังบริสุทธิ์ การไปชี้หน้าคนนั้นคนนี้เทา แต่ผู้สมัคร สส.ในพรรคโดนจับอันนั้นเรียกว่ายิ่งกว่าเทา“ นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเมืองปัจจุบันมีสามก๊ก มีสีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน วันนี้สีน้ำเงินถูกหวย ได้ สส. 70 คน แต่ได้เป็นทั้งรัฐบาลเป็นทั้งนายกฯ เพราะพรรคอันดับ 1 ไปยกมือให้เขา ไปออกนโยบายคนละครึ่งๆ จนเขาอยู่สองเดือนครึ่งเลยประกาศยุบสภาฯ วันนี้อยากให้พี่น้องร้อยเอ็ดเลือกเพื่อไทยทั้งสองใบให้ได้นายกฯ ชื่อนายยศชนันมาบริหารประเทศ หลายคนสบประมาทว่าเป็นคนของตระกูลชินวัตร แต่ที่ผ่านมาชายผู้นี้เคยเป็นอาจารย์ เป็นนักวิจัย เขาเดินมาด้วยความสามารถ ไม่ได้เดินมาได้เพราะตระกูลชินวัตร พรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าจะยกมือให้นายยศชนันเป็นนายกฯ ดังนั้นต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้ฝากความคิดถึงมาคาราวะพี่น้องร้อยเอ็ด แม้ว่าหลายคนจะถูกกระทำต่างกรรมต่างวาระ แต่ทุกคนยังอยู่กับพี่น้องประชาชน
วันนี้นายกฯ ทักษิณ ถูกเอาไปขัง ถูกยึดทรัพย์หลายหมื่นล้าน และไม่รู้จะได้ออกเมื่อไหร่ มีคนถามตนว่าวันนี้นายกฯทักษิณอยู่ในคุก นายกฯเศรษฐาถูกปลด นายกฯ แพทองธารถูกปลด ทำไมณัฐวุฒิถึงไม่ย้ายไปที่อื่น ที่นี้มันบ้านตน ตนไม่เคยทิ้งคนที่เคยสู้มาด้วยกัน ตนทำไม่ได้ ตนยืนยันกับพี่น้องร้อยเอ็ดว่าตนจะอยู่ตรงนี้ สู้กับพรรคเพื่อไทยตลอดไป








