อภิสิทธิ์ บอกชื่อนายกฯ อ.ไม่มีปัญหา แต่‘อนุสิทธิ์’น่าจะดีว่าอภิทิน เผยปชป.เตรียมเปิดปราศัยใหญ่เวทีแรก 11 ม.ค. ปิดท้ายลานคนเมือง ไม่ขอมาก แค่เลือกทั้ง 33 เขต

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ม.ค.2569 ที่ตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับในการลงพื้นที่ดินแดง พญาไทว่า ตนกลับมาที่นี่ ก็ดีใจได้เสียงตอบรับดี เพราะเคยเป็นผู้แทนฯ อยู่ที่นี่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยังมีความผูกพันกับหลายคนที่นี่

ลงพื้นที่มาเขาก็ให้การสนับสนุนและรู้จักผู้สมัครเราแล้ว ก็แสดงว่าผู้สมัครลงพื้นที่มาพอสมควรแล้ว ให้การต้อนรับอย่างดี และจริงๆแล้วผู้สมัครของเราทุกคนก็เดินหน้าลงพื้นที่และอาศัยความเป็นคนใหม่บวกกับพรรคที่มีความผูกพันธ์กับประชาชนมา

เมื่อถามว่ากระแสตอบรับในกรุงเทพฯค่อนข้างดี ประเมินในใจแล้วหรือยังว่าจะได้ส.ส. กี่ที่นั่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยัง แต่อยากให้ประชาชนเลือกทุกเขต ทั้งนี้ เราต้องเดินหน้าทำงานหนักเพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่ต้องไปบอกกับชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศว่าการเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทำให้เขาได้มีความมั่นใจว่าจะมีรัฐบาลที่ดีได้ ถ้าเลือกเราเข้าไปเยอะ

การที่เราจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร ก็จะให้เกิดความมั่นใจในเรื่องความสุจริต ไม่มีเรื่องของทุนเทา และไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาเคยเปิดแคมเปญว่าใครพบการทุจริตให้แจ้งมาตอนนี้มีหรือยัง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มี ส่วนเรื่องป้ายหาเสียงที่ถูกทำลาย ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีปัญหา และเชื่อว่าพรรคอื่นก็มี อยากขอร้องว่าอย่าทำลายป้ายหาเสียงไม่ว่าจะของพรรคไหน คนเหล่านี้อาสามาทำงานให้กับประชาชนก็ต้องช่วยกันทำให้การเมืองสร้างสรรค์

ต่อข้อถามว่าขอให้ย้ำถึงการเดินหน้าไปสู่การเปลี่ยนประเทศ นายภิสิทธิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในขณะที่นี้คือ การสร้างบ้านเมืองให้สุจริต บ้านเมืองไม่สุจริต เราจะมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เศรษฐกิจจะเติบโตไม่ได้ จะมีปัญหากฎระเบียบและเรื่องวุ่นวายอยู่ตลอด เพราะไม่มีใครไว้ใจใคร ซึ่งเราติดหล่มนี้มานานแล้ว ถึงเวลาที่เราต้องทำให้ประเทศหลุดพ้นจากสภาพนี้

ส่วนวันที่ 6 ม.ค. พรรครวมไทยสร้างชาติ ออกแคมเปญต่อต้านการทุจริต นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น กฎหมายเรา การติดสินบนมีโทษประหารอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาคือคนที่ทำผิดเขาไม่ได้กลัว เพราะเขาคิดว่าจับเขาไม่ได้ หรือจับเขาได้ก็เอาเงินมาซื้อกระบวนการยุติธรรมได้ หรือซื้อไม่ได้ก็หนีไปต่างประเทศ

ฉะนั้น สิ่งที่จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญหนึ่งคือ ผู้บริหารคือรัฐบาลจะต้องสุจริตก่อน และสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะใช้ คือเรื่องข้อมูล ถ้าข้อมูลของรัฐเปิดเผยเชื่อมโยงกันหมด ประชาชนตรวจสอบได้ โอกาสที่ใครจะมาทำสิ่งที่ผิด หรือทุจริตก็จะถูกตรวจสอบได้ นี่คือเครื่องมือที่สำคัญและสอดคล้องกับความเป็นจริง

เมื่อถามว่าเกมการเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนสนามฟุตบอลพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวเล่นไหนในสนามฟุตบอล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริงๆ เป็นทีมก็ได้ “นิวคาสเซิล”เกือบจะแย่แล้ว ตั้งแต่เปลี่ยนโค้ชมาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถามย้ำว่าถ้าเป็นผู้เล่นในสนามจะเล่นเป็นตัวไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนเป็นตัวทำเกม เพราะต้องคอยส่งลูกให้คนรุ่นใหม่

เมื่อถามว่าแคมเปญของกทม.หลังจากนี้มีอะไรออกมาอีก เพราะเหลือเวลาไม่ถึงเดือน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ช่วงนี้เรายังเดินหน้าพูดถึงนโยบายที่จะทำให้ไทยหายจน โดยเฉพาะ 27 ข้อที่เลือกมาเพราะจุดที่เด่นที่สุด ตรงนี้ยังต้องอธิบาย เพราะหลายคนอ่านสั้นๆแล้ว อยากรู้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร ฉะนั้น ช่วงนี้เราเดินหน้าพูดเรื่องนโยบาย และช่วงหลังจะรณรงค์ในเรื่องอื่นต่อไป

เมื่อถามว่าจะเปิดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เวทีแรกที่สวนเบญจสิริ ในวันที่ 11 ม.ค. และเวทีสุดท้ายในกทม.วันที่ 6 ก.พ. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าในวันที่ 7 ม.ค. ตนและคณะเดินทางไปหาเสียงที่นครศรีธรรมราช เมื่อถามย้ำว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด และมีการใช้เงินเข้ามาด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ดุเดือดทั้งนั้น ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องที่ดีประชาชนจะได้มีทางเลือก เที่ยวนี้ที่ตนมีกำลังใจ ทั้งภาคธุรกิจเอกชนและประชาชน พูดเองว่าคราวนี้จะต่อต้านไม่ให้ทุนเข้ามาครอบงำประเทศอีกต่อไป

ต่อข้อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะเปิดปราศรัยใหญ่ 4 เวทีภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีกี่เวที นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังดูว่ามีกี่จังหวัดที่เราจะจัดได้บ้าง แต่นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี น่าจะชัดเจน ส่วนในภาคตะวันออกก็จะไปที่ระยอง ที่ผ่านมาตนไปที่ระยอง จันทบุรี ตราด มาแล้ว

เมื่อถามว่าตอนนี้มีการล็อกตรวจสเปกนายกรัฐมนตรีกันแล้วโดยมีอักษรย่อ อ.ออกมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตัว อ.น่าจะไม่มีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าตัว อ.หมายถึงคนที่มีชื่อเล่น น. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีมั้ง พร้อมหัวเราะและกล่าวว่าเห็น“เมื่อวานเขาพูด อภิทิน ไม่ใช่หรือ น่าจะดีกว่า อนุสิทธิ์นะ”

เมื่อถามว่ามีประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุยังสับสนเรื่องบัตรเลือกตั้ง ทั้งเบอร์ผู้สมัครและเบอร์พรรค นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องช่วยกันอธิบายเพราะมีบัตรลงประชามติด้วย ทำให้ประชาชนสับสนมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเวลาที่ไปพูดว่าเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ ทำให้หลายคนสับสนว่าต้องไปกี่วัน อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพรรคช่วยประชาสัมพันธ์

เมื่อถามว่ามีแคนดิเดตนายกฯของบางพรรค บอกว่าถ้าได้เลือกให้เป็นนายกฯจะทำงานให้ได้ดีกว่านายกคนอื่นๆที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกัน ซึ่งประชาชนประชาชนก็จะพิจารณาตรงนั้น

ต่อข้อถามว่าวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ ถึงเรื่องแลนด์บริดจ์ขณะที่ลงพื้นที่ชุมพร นายภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องแลนด์บริดจ์ที่ทำกันมาต้องบอกว่าตัวเลขการศึกษา โดยเฉพาะระหว่างหน่วยงานแตกต่างกันมาก

แต่ภาคเอกชนที่เขาทำงานเรื่องนี้เขายืนยันมาตลอดว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินที่ต้องลงทุนไปเทียบกับการประหยัดเวลาซึ่งน้อยกว่าที่คิด เพราะการทำแลนด์บริดจ์ ทำให้ต้องขนของลง ขนของขึ้นต้นทุนไม่ได้ประหยัดเท่าไหร่

ดังนั้น แนวคิดเรื่องแลนด์บริดจ์ เราคิดว่าไม่ได้คุ้มค่า แต่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้กับชาวภาคใต้ และการเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ทั้งถนน รถไฟ เป็นนโยบายของเราอยู่แล้ว และความพยายามที่จะเชื่อมสองฝั่ง เราทำได้ แต่ไม่ใช่ในจุดที่เคยมีการศึกษาเรื่องแบนด์บริดจ์

เมื่อถามถึงโครงการที่จะนำมาปัดฝุ่นใหม่มีอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำหลายเรื่องและมีการต่อยอดมา ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้า ครั้งนี้เราจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท รวมถึงอสม.ก็เป็นเรื่องที่พรรคอื่นต่อยอดมา เพราะเราเป็นคนเริ่มต้นให้ค่าตอบแทน

รวมถึงประกันรายได้ รอบนี้ก็จะปรับปรุงในเรื่องการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต และเรื่องที่จะทำให้ระบบการจ่ายเงินรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะใช้เป็นเครื่องมือให้เกษตรกร เปลี่ยนผ่านไปยังเกษตรเทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งเกษตรแม่นยำและเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงเรียนฟรีก็จะมีเพิ่มเติม

ทีมข่าวสด รายงาน 6 ม.ค.2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน