“บก.ลายจุด–ไอลอว์” บุกถาม “แสวง” ซักปัญหา ค่าใช้จ่ายพรรคการเมือง รณรงค์ประชามติ ได้คำตอบชัดใช้งบฯ หาเสียงได้ ปัดตอบความเห็นปฏิรูป กกต. บอกคิดว่าดีก็ทำไป

วันที่ 6 ม.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เดินทางพบ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อสอบถามความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายในการรรณงค์หาเสียง และค่าใช้จ่ายในการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญของพรรคการเมือง ตลอดจนความชัดเจนเรื่องที่พรรคการเมือง นักการเมืองสามารถรณรงค์เกี่ยวกับการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่

ทั้งนี้ นายสมบัติ และ นายยิ่งชีพ ยืนรับฟังการสัมภาษณ์ของนายแสวง ต่อสื่อมวลชนถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสส. การทำประชามติ ซึ่งปรากฏว่า พอถึงคำถามที่สื่อถามถึงกรณีที่นายสมบัติ และนายยิ่งชีพ มาทวงถามความชัดเจนจากกกต.นั้น

แสวง ยัน พรรคการเมืองรณรงค์ประชามติได้

นายสมบัติได้ปรากฏตัวและทำการซักถามนายแสวง ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ เลขาฯ กกต.ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคการเมือง ไม่สามารถชี้นำประชาชนว่าควรเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ต่อมาก็มีการแถลงว่าสามารถทำได้ ดังนั้นจึงอยากได้ความชัดเจนว่าตกลงแล้ว ทำได้หรือไม่

เรื่องนี้ นายแสวง ตอบว่า ตนแถลงแล้วว่าทำได้ เพราะมาตรา 11 กฎหมายประชามติ ให้กกต.กำหนดเพื่อความเรียบร้อย ซึ่งเมื่อกกต.มาพิจารณาดูก็เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต.จึงไม่ได้ออกกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่พรรคการเมืองอาจจะมีภาระมากกว่าประชาชน เพราะพรรคการเมืองเวลาทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายประชามติ กฎหมาย สส. เหมือนกับว่ากกต.ก็ต้องดูแลพรรคการเมืองด้วย

นายสมบัติ กล่าวว่า เรื่องนี้ สังคมสับสนกับคำพูดนายแสวง และทำให้พรรคการเมืองไม่กล้ารณรงค์ จึงขอให้เลขาฯ กกต.กล่าวขอโทษ หรือทำให้เกิดความมั่นใจว่า พรรคการเมืองหรือ นักการเมืองสามารถแสดงจุดยืนว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างฯ

ซึ่ง นายแสวง “ยืนยันว่าทำได้” อย่างไรก็ตาม นายสมบัติ พยายามให้นายแสวงเขียนข้อความยืนยัน แต่นายแสวงยืนยันว่า “ไม่ต้องเขียน เพราะตนได้พูดกับสื่อแล้ว”

นายสมบัติ ถามอีกว่า พรรคเมื่อรณรงค์ เรื่องประชามติแล้ว ไม่รู้ว่าจะลงค่าใช้จ่ายในหมวดไหน เป็นไปได้หรือไม่ ที่กกต.จะให้ความเห็นเป็นกรณีพิเศษ หรือจัดทำหมวดพิเศษ นายแสวง กล่าวว่า ยืนยันว่า พรรคการเมืองมีเจ้าหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่าย รู้ข้อมูลนี้อย่างดี

ตนเคยชี้แจงกับพรรคแล้วว่า ครั้งนี้พรรคการเมืองต้องดูฎหมาย 3 ฉบับ พรรคใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ต้องอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งการเลือกตั้ง สส.มีค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ และแต่ประชามติไม่มีค่าใช้จ่าย

“เส้นแบ่งคือเนื้อหาที่ไปพูดต้องระวังให้ดี กกต.ไม่ได้ไปหาเรื่อง แต่คู่ต่อสู้ของพรรคการเมือง และผู้สมัครจะเป็นคนหาเรื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการณรงค์ประชามติ ก็ลงในกฎหมายพรรค” นายแสวง กล่าว

ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป ปม ปฏิรูป กกต.

ในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามว่าที่มีการเสนอให้ปฏิรูป กกต.ด้วย นายแสวง กล่าวว่า “ผมไม่มีความเห็น ถ้าคิดว่าดีก็ทำไป” จากนั้น นายแสวง กลับมาสู่การตอบคำถามในประเด็นอื่นๆต่อ ซึ่งหลังจบการให้สัมภาษณ์แล้วจึงพานายสมบัติ และนายยิ่งชีพไปพูดคุยกันต่อในห้องทำงาน

นายยิ่งชีพ ให้สัมภาษณ์หลังพูดคุยกับนายแสวง เรื่องการลงทะเบียนทำประชามติซึ่งตอนเปิดระบบแรกๆ มีประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์นอกเขต แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกันกว่า 4 พันคน ซึ่งต่อมามีการปรับระบบแล้วไม่สามารถใช้สิทธิ์นอกเขต แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาระบบการลงทะเบียนของกกต.ที่ให้ลงไปแล้วประมาณ 4 พันคน แล้วมาเปลี่ยนระบบ ดังนั้นยืนยันว่าคนเหล่านี้ต้องได้สิทธิ์

ขณะที่นายสมบัติ กล่าวถึงหมวดค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองเกี่ยวกับการทำประชามติ เรื่องนี้นายแสวง ยืนยันว่า สามารถใส่รายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประชามติได้ แต่เนื่องจากว่าพรรคการเมืองยังมีความกังวลเรื่องนี้

ดังนั้นเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้ ทางนายแสวงยืนยันว่าจะมีการทำหนังสือออกมาอีกครั้งในภายหลัง ว่าสามารถรณรงค์ “รับหรือไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญได้ และมีหมวดให้ใส่ค่าใช้จ่ายเพื่อจะได้ไม่ผิดกฎหมาย ดังนั้นตอนนี้จึงรอกกต.ทำหนังสือออกมา ซึ่งเราจะติดตามเรื่องนี้ต่อ

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า พรรคการเมืองจัดเวทีรณรงค์ประชามติค่าใช้จ่ายไม่ได้จำกัดแค่เรื่องการหาเสียง แต่เมื่อขึ้นเวทีแล้วจะพูดเรื่องการหาเสียงไม่ได้ ถ้าเผลอพูดว่า เลือกตนเองนั่นจะเท่ากับเป็นการหาเสียง จะนับเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียง

แต่หากจัดเวทีพูดเรื่องประชามติอย่างเดียวว่าทำไม่ต้อง รับ หรือไม่รับ อันนี้ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายในหมวดเดียวกับการเลือกตั้ง นี่คือสิ่งที่นายแสวงพูดในห้องประชุม และต้องรอหนังสือออกมา แต่จริงๆ ก็ไม่ยากแค่นายแสวงตอบคำเดียวต่อหน้ากล้องก็จบแล้ว แต่ตอนนี้เมื่อยังไม่มีคำนั้น ก็ต้องรอหนังสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน