กกต. สรุปยอด ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า กว่า 2,410,425 คน ประชามติ 1,598,056 คน “แสวง” ชี้ ขยายเวลาลงทะเบียนไม่ได้ ย้ำต้องทำตามเงื่อนไขกฎหมาย
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง 17 วัน ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 – วันที่ 5 ม.ค.2559 รวมจำนวน 2,410,425 คน
โดยมีผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,262,643 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 คน
ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักรรวม 3 วัน ที่เปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค.2569 โดยมีประชาชนลงทะเบียน รวม 1,598,056 คน โดยเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงจำนวน 1,502,390 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรจำนวน 95,666 คน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยเงื่อนไขระยะเวลาที่จะต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีทั้งเรื่องการแยกบัญชีชื่อ แยกผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และทำบัญชีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วไป 1 แสนกว่าหน่วย รวมถึงเรื่องธุรการอื่นๆ ด้วย
นายแสวง กล่าวว่า ระยะเวลาในการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต 3 วันนั้น ถือว่าแต่ละคนมีเวลา 4,320 นาที แค่เจียดเวลามา 3 นาทีก็สามารถทำได้ เพราะการลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ย้ำว่าใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น และหากบริหารจัดการเวลาให้ดี สามารถลงทะเบียนทันแน่นอน
ดังนั้น เมื่อมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ยืนยันว่าไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เพราะจะกระทบกับการดำเนินงานในส่วนอื่น
ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทะเบียน เฉพาะในวันสุดท้าย (5 ม.ค.) มีผู้ลงทะเบียนมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อครั้งปี 2566 ทั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 9 แสนคน และออกเสียงประชามตินอกเขต 1 ล้านคน นั่นหมายความว่า ระบบของเราสามารถรองรับการลงทะเบียนได้ อาจจะติดขัดเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่มีส่วนต่างกันค่อนข้างเยอะนั้น นายแสวง กล่าวว่า ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า มีทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน
ส่วนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต มีทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านคน ต่างกันประมาณ 6 แสนคน แต่อย่าไปคิดแทนว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. จะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย
เมื่อถามว่าปัญหาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตที่ไม่สามารถเลือกหน่วยนอกเขตที่อยู่ภายในจังหวัดของตนเองได้นั้น นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราดูแลประชาชนไม่ดี แต่บางทีกฎหมายออกแบบมาอย่างนั้น ทำให้ในกรณีนี้ประชาชนจะต้องไปทำประชามติในเขตของตัวเอง หากลงทะเบียนจะต้องไปนอกเขตต่างจังหวัด ดังนั้น หากไม่ได้ลงทะเบียนก็ให้มาใช้สิทธิ์ในเขตของตัวเอง
เมื่อถามว่าหากมีการออกเสียงประชามติหรือเลือกตั้งครั้งถัดไป กกต. จะสามารถใช้ดุลยพินิจ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างไรได้หรือไม่ นายแสวง ว่า ในการแข่งขัน กฎเกณฑ์จะต้องชัดเจน เพราะต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ ดังนั้น กฎหมายจึงต้องเคร่งครัด เพราะมีคนได้คนเสียในทุกเรื่องที่มีการแข่งขัน ไม่เช่นนั้นเราก็สามารถทำอะไรก็ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าควรจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย
เมื่อถามกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาตั้งคำถามถึงการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง ที่ต้องใช้งบประมาณถึง 3,000 ล้านบาท ทำไมไม่ใช้กรรมการประจำหน่วยชุดเดียวกับการเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ให้เกิดความสับสน นายแสวง กล่าวว่า หากอ่านกฎหมายให้ดี ก็จะเข้าใจ มีหลายเรื่องที่คนอ่านกฎหมายไม่จบ แล้วมาแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวก็รับฟัง ไม่ได้ว่าอะไร
สาเหตุที่ต้องใช้ กปน. 10 + 4 คนนั้น เพราะในหน่วยต้องนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน ไม่ใช่ทำทีละกระดานทำให้จำเป็นต้องใช้ กปน. หน่วยละ 14 คน ส่วนการบริหารจัดการก็เป็นเรื่องของแต่ละหน่วย
เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันออกเสียงประชามติ ให้เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ครม. ก็น่าจะเห็นแล้วว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ หากเราทำแยกกัน 2 ครั้ง จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท กับ 6,000 ล้านบาท รวมเป็น 11,000 ล้านบาท
แต่เมื่อทำรวมกัน จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท ประหยัดไปกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนี้ใช้งบประมาณในการทำประชามติไปกว่า 500 ล้านบาท
นายแสวง กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการใช้สิทธิ์ จะต้องแสดงตน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการแสดงตนเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. จากนั้นรับบัตรแล้วหย่อนลงหีบ จึงมาแสดงตนรอบที่ 2 เพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาเยอะ โดยทางสำนักงาน กกต. ก็จะทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริง เพื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบให้ประชาชนได้เข้าใจอีกครั้ง
ส่วนกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่บางประเทศมีการจัดให้เลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. จะมีปัญหาอะไรหรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า ไม่มี เพราะกฎหมายกำหนดให้ลงคะแนนก่อน เนื่องจากสภาพแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และบางสถานทูตก็ต้องรับผิดชอบหลายประเทศ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่
นายแสวง กล่าวต่อว่า ซึ่งการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานว่ามีผู้ลงทะเบียนเท่าไหร่ เพียงแต่ดูในภาพรวมว่า มีผู้ลงทะเบียนนอกราชอาณาจักรไว้ รวม 1.3 แสนคน ซึ่งบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรแต่ละประเทศจะส่งกลับมานับที่ประเทศไทย ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะนับที่สถานทูตเลย