‘ชูวิทย์’ สอนมวยพรรคส้ม ถ้าอยากได้ใจคนส่วนมาก แก้ปากท้องก่อนรัฐธรรมนูญ ทำเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่เดือดร้อนแทนก่อนจะทำเรื่องใหญ่

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาถึง พรรคประชาชน ในหัวข้อ “แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง” พร้อมระบุดังนี้

พรรคส้มเป็นพรรคที่ขยันขันแข็ง มีพลังเหลือเฟือในการหาเสียง ไม่ว่าเวทีปราศรัย หรือเดินเท้าตามตลาด พรรคอื่นขยันสู้ไม่ได้ บางพรรคหายไปด้วยซ้ำ แต่ความขยันลงพื้นที่ ทำให้ต้องไปเจอชาวบ้านไถ่ถามมาก ถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพรรคส้มจะทำ

เมื่อไหม (สิริกัญญา ตันสกุล) เดินหาเสียงตามตลาด จึงเจอคำถามซื่อ ๆ ง่าย ๆ ของลุงร้านกรอบพระที่ถามว่า “ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง มัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ ?”

ไหมได้พยายามยืนชี้แจงให้ลุงฟัง แต่คำพูดของไหมเหมือนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ได้ยินครั้งเดียวแล้วหาย แม้จะอธิบายหลักการว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาต่าง ๆ นานา แต่ลุงไม่รับฟัง ยังย้อนถามแค่สั้น ๆ แต่โดนใจ “แก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อนไม่ดีกว่าหรือ ?”

ไหมยังพยายามอธิบายชี้แจงให้ฟัง เหมือนลุงเป็น “ฝ่ายค้าน” และไหมเป็น “รัฐบาล” ที่กำลังตอบโต้กันให้เข้าใจ

แท้จริงแล้วเสียงของลุงชาวบ้าน คือเสียงสะท้อนอย่างแท้จริงของประชาชนคนเดินดินทั่วไป ที่นักการเมืองจะต้องรับฟังเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ไปโต้เถียง เสนอความเชื่อของตัวเองให้ชาวบ้านไปเชื่อตามด้วย หลายงานผิดคิวที่พรรคส้มพยายามตามตื๊อชี้แจงให้ชาวบ้านฟังด้วยระยะเวลาสั้น ๆ

ต้องยอมรับว่ายังไกลเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะตามทัน

แต่ความเชื่อความศรัทธาในการเมืองใหม่ อย่างที่บรรดาอาจารย์ นักวิชาการ พยายามนำเสนอให้ ธนาธร ผ่านนักการเมืองใหม่พรรคส้ม คือ “ทำเรื่องใหญ่ไปหาเรื่องเล็ก ทำเรื่องไกลไปหาเรื่องใกล้”

การแก้รัฐธรรมนูญอยู่ห่างไกลจากความรู้สึกของชาวบ้าน ร้านตลาดมากกว่าปัญหาปากท้อง สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือท้องอิ่มก่อน อันถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด

ธนาธร ไหม เท้ง เอาแต่ทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างลดขนาดกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญ จนเลยไปถึงการแก้ ม.112 ที่กลายเป็นเรื่องตั้งแต่คราวที่แล้ว แม้ครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญห้ามใช้เรื่อง ม.112 เป็นนโยบายหาเสียง แต่ไม่ได้ห้ามไปถึงการแก้ไขในสภา พรรคส้มก็ยังไม่ได้พูดอย่างชัดเจน ว่าหากได้เป็นเสียงส่วนมาก เป็นรัฐบาลในรอบหน้าจะมีการผลักดันให้แก้ไข ม.112 ในสภา หรือไม่?

นี่ก็ยังไม่ทำให้ประชาชนไว้วางใจได้

หาเสียงรอบนี้ก็มุ่งแต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งถูกพรรคน้ำเงินหักหลังมา แต่เรื่องปากท้องกลับกลายเป็นเรื่องเล็กตามหลัง ตามสไตล์ธนาธร “เรื่องใหญ่ ๆ เราทำ เรื่องเล็ก ๆ เราไม่นำเสนอ”

ลุงประชาชนคนเดินดินจึงมองเห็นว่า “ควรแก้จากเรื่องเล็กไปเรื่องใหญ่” เอาเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่เดือดร้อนก่อน อย่างเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ การค้าขาย

นี่คือความไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่ลุงไม่เข้าใจที่ไหมชี้แจงให้ลุงเปลี่ยนความคิด มันเป็นไหมเองต่างหากที่ไม่เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจชาวบ้านธรรมดา

เมื่อนักการเมืองลงพื้นที่ คำพูดที่สะท้อนออกมาจากชาวบ้านมันซื่อ ๆ ตรง ๆ ชัดเจนที่สุดแล้ว หากไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน เมื่อไหมและพรรคส้มได้เป็น สส. หรือเป็นรัฐบาล จะไปทำงานเข้าใจประชาชนได้หรือ ?

มันเป็นโจทย์สำคัญที่พรรคส้มต้องมองให้ออก ว่าจะครองใจคนส่วนมากได้อย่างไร หากคิดอยากให้ประชาชนโหวตเสียงให้เป็นพรรคเดียวจัดตั้งรัฐบาล เที่ยวนี้มันยากนะครับ ไม่ได้หาเสียงง่ายเหมือนครั้งก่อน ๆ

พรรคส้มไม่ได้เป็น “ของใหม่” ในสายตาของคนไทยที่จะลองให้โอกาส แต่กลายเป็น “ของแสลง” ที่สังคมเคลือบแคลงใจไปเสียแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน