“แสวง” ยอมรับตัวอย่างบัตรประชามติอาจผิดพลาดมีข้อความตกหล่น พร้อมระบุออกมาจากครม.เอง เผย พรรคการเมือง-ปชช.แสดงความเห็น ทำประชามติได้เป็นเสรีภาพ แต่อย่าขัดกม.
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขากกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกกต. เผยว่าหนังสือประชามติที่มีการระบุข้อความตกหล่นหรือไม่นั้น เนื่องจากในเอกสารที่ส่งให้กับเจ้าบ้าน ระบุว่าให้ทำเครื่องเพียงเครื่องหมายเดียวว่า ในความเป็นจริงต้องใช้เครื่องหมายกากบาทเพียงเครื่องหมายเดียวแต่เราต้อง ประชาสัมพันธ์ให้เกิดความชัดเจน พร้อมยอมรับว่า อาจจะเกิดการตกหล่นผิดพลาดผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้เพิ่ม
เมื่อถามว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ควรมีเพิ่มมากขึ้นหรือไม่นั้น รวมถึงต้องแนะนำให้นักการเมืองช่วยประชาสัมพันธ์ด้วยหรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า พรรคการเมืองทำได้อยู่แล้วแต่ในวันทำประชามติอย่างน้อยเมื่อไปถึงหน่วย ประชาชนก็น่าจะทราบอยู่ก่อนแล้วการตัดสินใจและมีการตัดสินใจมาก่อนแล้วว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งเป็นสาระสำคัญไม่ใช่เหมือนการเลือกตั้ง สส. ที่จะใช้ความชอบความนิยมพรรค
ซึ่งการทำประชามติเป็นเนื้อหาที่ต้องทำความเข้าใจ โดยเราได้ส่งเอกสารการทำประชามติไปถึงเจ้าบ้านแล้วจำนวน 31 หน้า โดยในเอกสารเนื้อหาเป็นที่คณะรัฐมนตรีส่งมาทุกตัวหนังสือ ไม่ใช่กกต. เป็นผู้จัดทำ ซึ่งกกต.มีหน้าที่พิมพ์และเผยแพร่เท่านั้น
แต่เอกสารต้องไม่จูงใจข้อดีข้อเสีย โดยองค์ประกอบมีองค์ประกอบตามกฏหมาย 5 ข้อ ตามมาตรา 15 ซึ่งในวันเลือกตั้งกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ก็ไม่สามารถชี้นำผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ส่วนผู้มีสิทธิออกเสียงจะออกเสียงอย่างไรก็เป็นสิทธิ กปน. มีหน้าที่อำนวยความสะดวกอย่างเดียวไม่มีสิทธิแนะนำผู้มีสิทธิ
เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้สมัครสส.ออกมาแนะนำวิธีการไปใช้สิทธิประชามตินั้นเป็นการชี้นำหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องประชามติ มี3ส่วน ส่วนแรกเป็นหนังสือที่คณะรัฐมนตรีส่งมาให้กกต. เพื่อนำส่งไปยังเจ้าบ้านให้รับทราบ คือการแสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 2 คือการแสดงความคิดเห็นซึ่งเป็นการจัดเวทีระหว่างผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และส่วนที่3 คือการรณรงค์ คือสิ่งที่บอกความต้องการที่อยากให้สำเร็จ หรือเห็นชอบไม่เห็นชอบ ให้เหตุผลทำได้ ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถประกาศประกาศจุดยืนของตนเองในการเห็นด้วยไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติได้ เพียงแต่อย่าให้ขัดกฎหมาย หรือข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวง ซึ่งจะทำในลักษณะชักจูงได้ การรณรงค์ก็คือการชักจูงอย่างหนึ่งรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์ ให้เห็นชอบหรือเห็นชอบ