จุลพันธ์ ปลุก อ.พร้าว ส่งเลือดเนื้อคนเชียงใหม่เป็นนายกฯ ลั่น ยศชนัน คนนี้จะพาประเทศออกจากความขัดแย้ง “เต้น” อ้อนกลับมารักคนเก่าที่บ้านเกิด
วันที่ 10 ม.ค.69 ที่โรงเรียนพร้าววิทยาคม อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นำคณะผู้บริหารและผู้สมัคร สส.ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัย พร้อมให้กำลังใจ นายบัณจงศักดิ์ วงศ์รัตนวรรณ ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 6 เบอร์ 8 พรรคเพื่อไทย
นายจุลพันธ์ ปราศรัยว่า ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยกลับมาถือธงนำในการประกาศสงครามกับความยากจนอีกครั้ง ผ่านนโยบายคนไทยไร้จนโดยเน้นการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุและคนพิการที่ไม่มีรายได้ ด้วยการเติมเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะไม่ทำให้ชาวเชียงใหม่ผิดหวัง จากผลงานที่พิสูจน์มาแล้วตั้งแต่ยุคไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน
พร้อมระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนต้องเลือกพรรคที่มีผลงานเป็นรูปธรรม และมีความพร้อมในการบริหารประเทศ โดยพรรคเพื่อไทยได้คัดสรรผู้สมัครที่มีดีเอ็นเอเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และขอแรงสนับสนุนจากชาวเชียงใหม่ เพื่อส่งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกหลานคนเชียงใหม่ เข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี นายยศชนัน คนนี้จะพาประเทศออกจากความขัดแย้ง และพาประเทศเดินไปข้างหน้าด้วยหัวใจคือประชาชน
ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกดูแคลนในเรื่องนโยบายมาโดยตลอด แต่ได้พิสูจน์แล้วว่านโยบายสำคัญอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้านสามารถทำได้จริง และยังอยู่ในหัวใจประชาชนจนถึงวันนี้ พรรคนี้คือพรรคแรกที่นำนโยบายจากป้ายหาเสียงมาทำให้สำเร็จ นี่คือผลงานของเลือดเนื้อคนเชียงใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายต่ออนาคตของประเทศและลูกหลาน พร้อมขอให้ประชาชนกลับมาให้โอกาสพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง เพื่อให้นโยบายดีๆ เกิดขึ้นจริง และผลักดันเป้าหมายคนไทยไร้จนให้เป็นรูปธรรม
“อยากให้กลับมารักคนเก่าที่บ้านเกิด เลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า พรรคเพื่อไทยไม่เคยถอย แม้จะถูกอำนาจทำให้ล้มมาแล้วหลายครั้ง เพราะยังมีประชาชนเป็นพลังสนับสนุนเสมอ หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เชื่อมั่นว่านายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะสามารถบริหารประเทศให้ชาวเชียงใหม่และประชาชนทั่วประเทศเกิดความภาคภูมิใจได้อย่างแน่นอน” นายณัฐวุฒิ กล่าว



