ทวี เชื่อ ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ผ่านแน่ หวังฝ่ายประชาธิปไตยจับมือแก้ปัญหา ชี้ เลือกตั้งนี้ส่งอนาคตให้ลูกหลาน หวัง ส้ม-แดง จับมือกันตั้งรัฐบาล
วันที่ 12 ม.ค. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่เป็นวันเลือกตั้งทั่วไปและทำประชามติว่าเห็นชอบให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ยังมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องประชามติ เพราะประชาชนยังเข้าใจน้อย ดูจากการทำงานขององค์กรที่รับผิดชอบ ที่ไม่ให้คามสำคัญกับการรณรงค์ เผยแพร่ข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญมากเท่าที่ควร

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า แต่หากพิจารณาเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 นี้ คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เห็นชอบ ปัตตานี มากที่สุด นราธิวาส ยะลา ก็รองๆ ลงมา เพราะเขาเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีปัญหาเรื่องสิทธิทางการศึกษา และสิทธิทางศาสนาที่น้อยเกินไป ก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ยังให้โอกาสองค์กรศาสนาจัดการศึกษาได้ มีหลักกระจายอำนาจ
“เชื่อว่าแม้การรณรงค์จะน้อย แต่คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังเชื่อว่าควรจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อดูแลสิทธิต่างๆ ที่ยังไม่เท่าเทียม แต่ไม่ต้องกังวล มั่นใจได้ว่า คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จงรักภักดีต่อสถาบันแน่นอน การปรับเปลี่ยนเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ใช่เรื่องหมวด 1 หรือหมวด 2 ที่ยืนยันมาตลอดว่าไม่มีการไปปรับแก้” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้ ทำให้ปัจจัย 4 ของคนไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่กระจายเงิน แต่ต้องกระจายอำนาย คุ้มครองให้สิทธิในการประกอบอาชีพ ดูแลเอสเอ็มอีให้มีทุน มีการบริหารทรัพยากร ไม่ให้กระจุกตัวอยู่กับรัฐ
เกษตรกรต้องมีกรรมสิทธิ์ในที่ทำกินอย่างเสมอภาค ไม่ใช่ต้องมารอพิสูจน์สิทธิความจนก่อน ซึ่งตนมองว่ารัฐธรรมนูญที่น่าจะเอามาใช้เป็นต้นแบบก็คือรัฐธรรมนูญปี 2517 ที่เกิดจากการเรียกร้องของประชาชนจนเกิดการนองเลือดในปี 2516
“อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าการประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญจะผ่าน เพราะตามผังการเดินลงคะแนน ก็ต้องเดินวนในคูหา ยังได้รับบัตรลงประชามติแน่ และแม้ตอนนี้จะพูดกันน้อย แต่หลายปีที่ผ่านมา ก็มีการปราศรัยเรื่องรัฐธรรมนูญกันเยอะ มีการเคลื่อนไหวกันมาก เดินขบวนก็มาก มีคนถูกจับเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาก เชื่อว่าอยู่ในสายเลือดแล้ว” หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว

เมื่อถามว่า กลัวคนเบื่อการเมือง จนไม่ออกมาเลือกตั้งหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนกลับมองว่าประชาชนตื่นรู้ เลือกตั้งครั้งนี้เป็นห่วงนักการเมืองมากกว่า หลังรัฐธรรมนูญ 2560 เราผ่านการเลือกตั้งมา 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นจัดสรรปันส่วนผสม คะแนนแบ่งๆ กันไป ครั้งที่ 2 ก็เลยเปลี่ยนเป็นบัญชีรายชื่อและแบบเขต ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคการเมืองที่ไม่ได้ซื้อเสียง ชนะการเลือกตั้งมากที่สุด และเชื่อว่าจะส่งผลในการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน
“นี่ไม่ใช่การเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นการส่งมรดกประชาธิปไตยไปสู่ลูกหลาน ถ้ายอมให้เอาเงินที่มาจากการทุจริต ค้ายาเสพติด ฉ้อโกง สแกมเมอร์ มาซื้อเสียง เราจะส่งอนาคตยังไงให้กับคนรุ่นต่อไป คุณรู้ไหมว่า สส.ที่คุณเลือกครั้งนี้จะต้องไปเขียนรัฐธรรมนูญ ไปเขียนกติกา ยังเชื่อมั่นว่าคนต้องการให้ประชาธิปไตยกินได้ ปลดพันธะหนี้ให้คนไทย นิรโทษกรรมเรื่องที่ดิน และนิรโทษกรรมคนที่มาเรียกร้องความยุติธรรม ที่ไม่เกี่ยวกับมาตรา 112” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
เมื่อถามว่าจะประกาศจับมือใครหลังการเลือกตั้งหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า พรรคประชาชาติ คงไม่ใช่พรรคอันดับ 1 ในการจัดตั้งรัฐบาล เราคงบอกไม่ได้ แต่ยืนยันได้ชัดเจนว่าเราอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เคยเป็นฝ่ายค้านมาแล้ว 4 ปี ร่วมกับทั้งเพื่อไทย และอนาคตใหม่ ไม่เคยขายตัว ก่อนนี้สู้กับอำนาจรัฐและเงิน เราก็แสดงจุดยืนให้เห็นว่าเรามีศักดิ์ศรีของเรา
การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าสังคมล็อกไว้แล้ว คือคนที่สนับสนุนประชาธิปไตยมี 70 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนอนุรักษนิยม 30 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญเขาก็เคยไปสนับสนุนฝ่ายอนุรักษ์มาแล้ว ก็ผิดหวัง ดังนั้น น่าจะมีบทเรียน หากฝ่ายประชาธิปไตยรวมกันได้ก็เดินหน้าได้ แล้วใครที่ได้เสียงอันดับ 1 ก็เป็นนายกฯ
เมื่อถามว่า แสดงว่าอยากให้ส้มแดงจับมือกันตั้งรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนอยาก แต่เขาจะจับมือกันได้หรือไม่ก็อยู่ที่ปัจจัยแตกต่าง ซึ่งต้องให้เกียรติพรรคอันดับ 1 ตัดสินใจ แต่ที่จะย้ำคือบ้านเมืองเรามีปัญหามามาก เรื่องยากจน เหลื่อมล้ำ ยาเสพติด มันเป็นปัญหาขั้นที่ 2
แต่ขั้นแรก คือความไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่เป็นการส่งมอบประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้ง เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน แบ่งปันอำนาจ แบ่งปันการดูแลทรัพยากร และกระจายอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินที่แท้จริง