นายกฯ รับเหตุลอบวางระเบิดปั๊มจังหวัดชายแดนใต้ เป็นเหตุก่อความไม่สงบ ประกอบกับหลายปัจจัย บอก ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ต้องสังคายนาด้านการข่าว

เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 12 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว:มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุลอบวางระเบิด และวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานีว่า ได้หารือกับ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตั้งแต่เมื่อวาน (11 ม.ค.) แล้ว

ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญ รองเสนาธิการทหารสูงสุด พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือเพิ่มเติม โดยให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนหาที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร

ส่วนของศอ.บต. ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 ราย และการช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น คือ ปั๊มน้ำมันปตท. ทั้งหมด

ตนได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการปตท. ให้ปตท. หาวิธีและหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะถ้าผู้ประกอบการบอกว่าเลิกทำแล้ว จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจผู้ประกอบการเหล่านี้ เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยที่จะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้าย

เมื่อถามว่าเบื้องต้นยังยืนยันว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะบอกว่าไม่ใช่การก่อความไม่สงบได้อย่างไร เพราะเกิดขึ้นทั้ง 3 จังหวัด และมีการเน้นเป้าหมาย

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หลายอย่างรวมกัน โดยได้สอบถามและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้วิเคราะห์และประเมินให้ฟังคร่าวๆ มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี ความไม่ต้องการเห็นสันติสุขความสงบสุขเกิดขึ้น รวมถึงก่อนที่จะต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มักจะเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ตามที่เคยเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง

แต่การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ หรือสุดความสามารถที่จะทราบได้ แต่ในฐานะที่เป็นผู้บริหาร ต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ จะต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก

ส่วนการเลือกตั้งระดับประเทศที่จะมีขึ้น จะกำชับเข้มงวดหรือไม่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัย และป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงรอยต่อพอดี เพราะมีการระดมกำลังพลไปดูช่วงวันเด็กด้วย และเกิดเหตุในเช้าวันอาทิตย์ขึ้นมา

ตนได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 และแจ้ง เลขาศอ.บต. ว่าเกิดเหตุแบบนี้ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอด้วย ถึงอย่างไรก็อยู่ในความรับผิดชอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน