อนุทิน ลั่นไม่ใช่นายกฯฝึกงานขายฝัน ยันรัฐบาล ภท. ไม่มีทุนเทา แย้มไม่ปิดกั้นร่วมสังฆกรรม ปชน. บอกคุยแค่ใครได้ที่ 1 ยังไม่คุยก๊อกสอง ยึดตัวเลขสส.ในมือ เชื่อไปถูกทางแน่นอน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ม.ค.2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมงาน“ทิศทางโลกทิศทางไทย” Global Dynamics and Thailand ‘s Future หัวข้อ Thailand Vision 2035
โดยนายอนุทิน เริ่มการแสดงวิสัยทัศน์ ด้วย 3 เรื่อง คือ นโยบาย ทีมบริหาร และผู้นำ ว่าทราบดีว่าประชาชนอาจรู้สึกว่าเอาอีกแล้ว ตอนหาเสียงก็สร้างภาพสวยหรู นโยบายเลิศเลอ แต่พอเริ่มทำงานจริง ก็ติดแข้งติดขาตัวเอง คงจะอยู่ไม่ครบเทอม
นโยบายพรรคการเมืองถูกมองว่าเป็นปราสาททรายก่อขึ้นมาก่อนเลือกตั้งเท่านั้น นั่นเป็นเพราะเรามักมีปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง แต่รัฐบาลของตน แม้จะอยู่เพียง 3 เดือน ก็ทำให้เห็นได้ว่าสามารถทำหลายอย่างสำเร็จ
ลั่นไม่ได้มาขายฝัน-สัญญาที่ทำไม่ได้
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้มายืนตรงนี้เพื่อขายฝันหรือสัญญา ในสิ่งที่ทำไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยอาจจะไม่ได้มีนโยบายที่หวือหวาน่าตื่นเต้น แต่เป็นเรื่องที่เราพูดแล้วทำได้จริงเท่านั้น ดังนั้น การที่ประเทศจะมั่นคงได้ ต้องกำจัดภัย 4 ด้าน ให้หายไปจากชีวิตคนไทย คือ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยพิบัติ และภัยทางสังคม
การแก้ไขปัญหาแบบพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่การถมเงินลงไปกับโครงการประชานิยม ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่สิ่งที่เราขาด คือระบบการบริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง และคิดล่วงหน้า
ดังนั้น จึงไม่ควรถามว่าเราจะแจกอะไรเพิ่ม แต่โจทย์คือเราจะทำอย่างไรให้คนไทยยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมั่นคง เป็นที่มาของนโยบาย 10 พลัส เราไม่เน้นแจกปลา เราเน้นให้เบ็ดตกปลา เราจะพาคนไทยเข้าสู่ด้านน้ำใหม่ในโลก
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ด้านความมั่นคง ไม่ได้เกิดจากความเข้มแข็งทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างชาญฉลาด ควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจ นั่นคือเหตุผลที่เราทำสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้มี 3 ขา คือ กลาโหม การต่างประเทศ และกระทรวงเศรษฐกิจ
ย้ำนโยบายทหารอาสา 1 แสนคน
เราให้ความสำคัญกับรั้วของชาติ คือการสร้างกำแพงความมั่นคงแห่งชาติ กั้นเขตแดนในจุดที่เหมาะสม ป้องกันการรุกราน การลักลอบนำเข้ายาเสพติด แรงงานเถื่อน สินค้าเถื่อน รวมถึงรั้วของชาติ คือ ทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี ที่ทำให้เราพร้อมรับมือกับภัย คุกคามตามแนวชายแดน
รวมถึงนโยบายทหารอาสา ใน 100,000 อัตรา เงินเดือน 12,000 บาท มีวาระ 4 ปี ระหว่างนั้น เราจะฝึก และส่งเสริมโอกาสทางอาชีพ สไตล์ของพรรคภูมิใจไทย คือการไม่หักหาญน้ำใจกัน ไม่ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่ปรับวิธีการบริหาร
เราให้ความสำคัญกับการต่างประเทศ และเหตุผลที่เราเลือกนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อีกคนหนึ่งของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนโยบายการต่างประเทศของพรรคภูมิใจไทย จะตั้งอยู่บนคำว่าไทยต้องเป็นไท หมายถึงเป็นอิสระจากข้อจำกัด อิสระจากความกลัว ว่าประเทศของเราจะไม่ใหญ่กว่า ไม่รวยพอ หรือไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อรองหรือมีที่ยืนบนเวทีโลก
การต่างประเทศของเราต้องอยู่บนคำว่าศักดิ์ศรีที่เกิดจากการเคารพตัวเอง เคารพกติกาสากล ศักดิ์ศรีที่เกิดจากการไม่รุกรานใคร และไม่ยอมให้ใครมารุกราน และตนคิดว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เราแสดงให้เห็นชัดแล้วว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย นำประเทศไทยไปยืนอย่างมีศักดิ์ศรีบนโลกได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงตัวเลือกของต่างชาติ แต่เป็นหุ้นส่วนที่ขาดไม่ได้
นอกจากนโยบายของพรรค คือทีมผู้บริหารมืออาชีพ เพราะนโยบายจะมีแค่ไหน ถ้าไปอยู่ในมือของคนที่ทำไม่เป็นก็สูญเปล่า ในช่วงเวลาแค่ 3 เดือน เราได้ทำให้เห็นแล้ว ว่าภูมิใจไทยพร้อมทำงาน และทำงานได้เร็วขนาดไหน เรามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ทำงานได้โดยไม่ต้องหันซ้ายหันขวามาถามกันตลอดเวลา ทำให้ไปอยู่ในเรดาร์เวทีโลกได้
ยันรัฐบาลอนุทินไม่มีทุนเทา-ไม่มีกาสิโน
ช่วงหนึ่งนายอนุทิน ระบุว่า อย่าไปพูดถึงเทา เพราะเทาก็สามารถเป็นขาวและดำได้ ต่อไปนี้เงินที่ไม่มีที่มาที่ไปหรือน่าสงสัยถือว่าเป็นเงินดำ จะต้องถูกกำจัดปราบปรามอย่างเต็มที่ เขาบอกว่าเป็นสีเทา ก็อาจจะมีช่องแทรกออกไปได้ ตนยืนยันว่า รัฐบาลภูมิใจไทยไม่มีทุนเทา ไม่มีกาสิโน ไม่เอาสแกมเมอร์
นายอนุทิน ระบุว่า หนูฟังเสียงประชาชนตลอดเวลา ตนน่าจะมีแต้มบุญอยู่พอสมควร จึงได้รับการสนับสนุนจากทุกท่านอย่างเต็มที่ สส.ของเราในทุกเขต ดูแลประชาชนได้ใกล้ชิดขนาดไหน หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะสร้างทีมไทยแลนด์ในเวอร์ชั่นดรีมทีม
เชื่อว่าตนได้สร้างความประหลาดใจให้เกิดขึ้นมาแล้วในตอนที่ตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่ทำงานมาตลอด 3 เดือน บอกได้เลย นี่แค่เริ่มต้น หากได้ทำงานต่ออีก 4 ปี ท่านจะได้เห็นประเทศไทยมีเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดที่เราเรียกว่าไทยแลนด์พลัส
นายอนุทิน ระบุว่า ตนไม่ใช่นายกฯฝึกงาน ตนอยู่ในการเมืองมานานพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะราบรื่น เราคือทีมบริหารมืออาชีพที่มีใจรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และพร้อมรับภารกิจบริหารประเทศเพื่ออนาคตของชาติ
การเลือกตั้งครั้งนี้ความสำคัญจะเลือกเพื่อความสนใจ หรือเลือกเพื่อความมั่นคง จะเลือกเพื่ออนาคตหรือเลือกเพื่อที่จะเสี่ยงกับการวนกลับไปสู่วังวนเดิมของปัญหาทางการเมือง ตนไว้ใจในการเลือกของประชาชน ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย และสส.ทุกเขตของพรรคภูมิใจไทย แล้วจะได้เห็นประเทศไทยพลัสพลัสพลัส
เลือกภท.-อย่าทำให้กัมพูชาสมใจ
ถ้าคิดว่าในช่วง 3 เดือนนี้ พึงพอใจนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำกับด้านค้าขาย พาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาสสามารถรักษาวินัยการเงินการคลัง บริหารงบประมาณ กำกับดูแลความมั่นคงทางการคลังของประเทศ นายสีหศักดิ์ ดำเนินแนวนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ ทางการทูต ทำให้ไทยไม่เคยเสียเปรียบใครในการเจรจาระหว่างประเทศ
พึงพอใจหรือไม่ที่ นายอนุทิน ทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในประเทศ และความเป็นคนไทย ประเทศไทยไม่เสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ทำงานรับใช้ต่อไป แต่ถ้าไม่พึงพอใจ มีตัวเลือกอื่น ไม่ใช่เฉพาะสองท่านนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสตนทำหน้าที่ 3 เดือน ครบการทดลองงานพอดี และหวังว่าจะให้ผ่านโปร
จากนั้น นายอนุทิน ตอบคำถามกรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา เพื่อสร้างความนิยมทางการเมือง สร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ ว่าตนคิดว่าประชาชนเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของรัฐบาล คือรักษาอธิปไตย และแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ
วันนี้มีข่าวรัฐมนตรีของกัมพูชา บอกอย่าเลือกตน ให้ไปเลือกคนอื่น เลือกตนจะมีโอกาสเกิดสงคราม อันนี้ไม่ใช่ แต่มีโอกาสที่เขาจะแพ้เราราบคาบ มีโอกาสที่เขาจะเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้ และมีโอกาสที่เขาไม่สามารถมาคุกคามอธิปไตยของไทย เขาจึงไม่สามารถให้ตนมาเป็นนายกฯ ฉะนั้น เราต้องอย่าทําให้เขาสมใจ
แจงไม่ใช่สถานการณ์เขมรสร้างเรตติ้ง
เมื่อถามย้ำว่ายืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาตนทํางานในทําเนียบรัฐบาล ตนคือนายกฯของคนไทยทุกคน
เมื่อถามต่อว่าอย่างไร 2 ประเทศนี้แยกกันไม่ได้ ที่สุดก็ต้องติดกันตรงนี้ ในยุคนายอนุทินจะเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าเราจะแน่ใจว่า บูรณภาพแห่งดินแดนเกิดขึ้นในไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดน หมายความว่าจะไม่มีศัตรู จะไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย กล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ตนทํามาตลอด
เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงในยุคนายอนุทิน อีก 4 ปีจะไม่มีเปิดด่านใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราต้องทําให้ไม่มี
เมื่อถามอีกว่าหมายถึงเรื่องการเปิดด่าน นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ใช่ เรื่องการเปิดด่านมันยังอีกห่างไกล เพราะความสัมพันธ์ทางการทูต เหลือเพียงเจ้าหน้าที่ในสถานทูต ถ้าทุกอย่างมันมีความเป็นเสถียรภาพ ก็จะไปหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ทางการทูต
แย้มไม่ปิดกั้นร่วมสังฆกรรมปชน.
เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่าจะไม่ยกมือให้นายอนุทิน เป็นนายกฯอีกแล้ว โดยนายอนุทิน หันไปทางนายณัฐพงษ์ พร้อมกล่าวว่า “ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม”
เมื่อถามอีกว่า ถ้าพรรคประชาชนมาเป็นที่สอง เขาก็จะไม่ยกมือให้ นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น ตนคิดว่าเราทั้งสามคนอายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติ รักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด ตนคิดว่าเราสามคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน
เมื่อถามว่าถ้าเขาได้มาอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย เห็นว่าพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากันเหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว
การเลือกตั้งทุกครั้งตนต้องถอดความต้องการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน สส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มาตนไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง