กกต. แจงขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส. หลังโซเชียลขุดคดีลักทรัพย์ปี 42 ชี้หากประกาศแล้ว เปิดช่องร้อง ถือเป็นความปรากฎได้ เพื่อพิจารณาถอนชื่อผู้สมัคร
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงสื่อออนไลน์เผยแพร่คำพิพากษา ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง.16 ธ.ค.2542 ความอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นโจทก์ กับนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นจำเลย ข้อหาลักทรัพย์
โดยเป็นคดีลักทรัพย์ต้นหมากแดง 1 ต้น ต้นจันผา 1 ต้น ต้นสน 1 ต้น ต้นมะลิ 1 ต้น รวมราคาทรัพย์สิน 2,000 บาท เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2542 ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. ว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก กรณีที่ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หากผู้สมัครมาสมัครแล้วแต่รายชื่อยังไม่ประกาศ เป็นหน้าที่ของผู้สมัครรายนั้นจะต้อง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาภายใน 7 วัน
ส่วนที่ 2 กรณีที่มีการประกาศรายชื่อไปแล้ว ถ้ามีผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครรายนั้น ขาดคุณสมบัติในการรับสมัครรับเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หลังจากนั้นจะตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยสิทธิสมัคร เพื่อพิจารณาเรื่องให้เสร็จภายใน 3 วัน และจัดทำคำวินิจฉัยภายใน 2 วันถัดมา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาว่าควรถอนชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นผู้สมัครหรือไม่
หาก กกต. วินิจฉัยว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ก็ต้องลบชื่อบุคคลนั้น ออกจากการเป็นผู้สมัครทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต. ต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้ศาลตรวจสอบว่าการใช้อำนาจของ กกต. ถูกต้องหรือไม่ โดยคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด
ส่วนที่ศาลฎีกา ยังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นก่อนวันลงคะแนนเสียง ก็ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นหลัก แต่หาก กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้สมัครยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีการถอนชื่อ ก็ถือว่าผู้สมัครรายนั้น ยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัครต่อไป ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าเป็นความปรากฏของกกต. เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต ซึ่งเป็นคนรับสมัคร จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงและส่งให้กกต.พิจารณาเพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป
ทีมข่าวสด รายงานเมื่อ 13 ม.ค.2569