“ดร.เอ้” เดือด รับไม่ได้เครนถล่มทับรถไฟโคราช ซ้ำซาก-น่าละอาย เชื่อหาคนผิดไม่ได้ ชี้ถึงเวลาเลือก “ไทยก้าวใหม่” ดันกฎหมาย ฟ้องแพ่ง-อาญา จัดการให้เข็ดหลาบ
วันที่ 14 ม.ค.2569 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง จ.ตรัง ตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมผู้สมัครทั้ง 4 เขต ของพรรคไทยก้าวใหม่ จ.ตรัง โดยระหว่างเดินหาเสียงพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ที่ ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ปรากฎว่ามีชาวบ้านเดินเข้ามามอบพวงสะตอ แทนพวงมาลัยเพื่อให้กำลังให้แก่หัวหน้าพรรค และผู้สมัครที่เดินหาเสียง
โดยหยอดหวาน “เมนูโปรด” พร้อมให้สัมภาษณ์อารมณ์ดีว่า ตัวเองชื่อชอบสะตอเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสะตอดอง จะชอบมากเป็นพิเศษ พร้อมรับปากชาวบ้านที่มามอบพวงมาลัยสะตอด้วยว่า จะนำกลับกรุงเทพฯ เพื่อให้ภรรยาทำเป็นเมนูกับข้าวแน่นอน
ต่อมาลงพื้นที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง โดยแสดงความไม่พอใจอย่างมาก ต่อกรณีเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าละอาย และไม่อาจยอมรับได้ เนื่องจากการถล่มของเครนก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีเขตลาดกระบัง ถนนพระราม 2 และล่าสุดที่อำเภอสีคิ้ว ซึ่งลักษณะเหตุการณ์คล้ายกันทั้งหมด จนทำให้ตู้โดยสารรถไฟบิดเสียหาย

ดร.สุชัชวีร์ ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุ หน่วยงานเจ้าของโครงการ มักถูกมอบหมายให้ตรวจสอบกันเอง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยนำไปสู่การหาความจริง หรือการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้ความสูญเสียเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมย้ำว่า พรรคมีความตั้งใจผลักดันกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านการจัดการภัยพิบัติ
โดยกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้มี “องค์กรกลางอิสระ” ที่ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุ และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างจริงจัง ดังนั้น เราจะไม่ปล่อยให้คนประมาทลอยนวล ต้องฟ้องให้ถึงที่สุด ทั้งแพ่งและอาญา ให้เข็ดหลาบ ไม่เช่นนั้น เหตุการณ์แบบตึก สตง. ถล่ม หรือโครงการก่อสร้างพังซ้ำๆ จะยังเกิดขึ้นต่อไป และสุดท้ายก็ไม่มีใครรับผิดชอบ

ดร.สุชัชวีร์ ซึ่งเป็นวิศวกรโดยวิชาชีพ ระบุว่า เหตุการณ์ที่อำเภอสีคิ้ว เป็นสิ่งที่ตนเองรับไม่ได้ ทั้งในฐานะวิศวกรและประชาชน พร้อมย้ำว่า หากยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องจะไม่เกรงกลัวต่อความผิด และความตายจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของประชาชนทุกคน
ทั้งนี้ สาเหตุที่เครนถล่ม บอกตรงๆ คือเขาไม่กลัวความผิด เพราะไม่เคยเห็นใครติดคุก ไม่เคยเห็นใครถูกปรับจริงจัง มันคือระบบเกาหลังกัน ลูบหน้าปะจมูก แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีหน่วยงานอิสระเป็นเจ้าภาพ ไม่เกี่ยวกับใครเลย

ดร.สุชัชวีร์ ระบุด้วยว่า หลักการของกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ คือ การมีองค์กรกลางที่ทำงานอย่างเป็นอิสระ ตรวจสอบอย่างโปร่งใส และส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีโดยตรง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจริง ทั้งจำคุกและปรับทางการเงิน
พร้อมกันนี้ ยังเชิญชวนประชาชนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อผลักดันกฎหมายดังกล่าว โดยย้ำว่า หากไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงวันนี้ ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟหรือรถยนต์ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้