ดร.เอ้ ส่องกล้อง-สเก็ตภาพ เครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว สันนิษฐานคนประมาท-อุปกรณ์ไร้มาตรฐาน แรงสั่นขณะรถไฟวิ่งไม่ใช่สาเหตุ ชี้เครนน่าจะเสียสมดุลก่อนรถไฟวิ่งผ่าน เสนอ 5 ข้อให้รัฐจี้ผู้รับเหมา เร่งดัน กม.ปลอดภัยสาธารณะ
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงตกทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 21 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่บ้านถนนคด ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย
โดยนายสุชัชวีร์ ได้ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจดูเครนก่อสร้าง พร้อมวาดภาพจำลองวิธีการทำงานของระบบเครนในการก่อสร้าง เพื่อจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สันนิษฐานว่าระหว่างที่คนขับดันเครนไปข้างหน้า เกิดการเสียสมดุลลักษณะคล้ายหน้าคว่ำลง อาจเกิดจากการบังคับเครนยื่นยาวเกินไป ไม่อยู่ในระดับ
เมื่อยื่นเครนออกไปในระยะที่ยาวจะทำให้เครนสั่นและทำให้ตัวล๊อกยกยึดเครนไหล เมื่อเกิดการไหลลงก็เกิดเหตุการณ์เหมือนมีดอีโต้ไหลลงมาและสับลงตรงกลางขบวนรถไฟ จากความสูงที่ประเมินน่าจะประมาณ 20 เมตร
ส่วนน้ำหนักเครนอยู่ที่ประมาณ 20 ตัน เมื่อเกิดแรงกระแทกจะต้องคูณไปอีก 100 เท่าเป็นอย่างต่ำ ลักษณะคล้ายมีดอีโต้สับลงกลางรถไฟ พลังงานที่เกิดขึ้นกับการรับแรงกระแทกอาจเกิดได้ถึง 100 เท่าหรือ 1,000 -2,000 ตัน

นายสุชัชวีร์ กล่าวยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่เรื่องสุดวิสัย เพราะไม่มีลมแรงเกิดขึ้น ดังนั้น กรณีนี้เกิดขึ้นจากองค์ประกอบ 2 อย่างคือ 1.คน และ 2.อุปกรณ์ที่เก่าเสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งตัวเครนที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเสียสมดุลได้ง่าย
หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศ อุปกรณ์จะเป็นเหล็กตัน แต่ถ้าหากเป็นเหล็กแบบกลวง เครนอาจจะเอียงได้ เพราะเครนประเภทนี้พังมาแล้วหลายครั้ง จากการที่ตนเองได้ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดู ยิ่งเห็นว่ามีข้อต่อเยอะและเป็นโพรง ทำให้เกิดการสั่นหรือเสียสมดุลได้ง่าย
“เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความประมาทของคนขับเครน แต่จะประมาทอย่างไร ปัญหาหลักอาจเกิดจากเครนที่ใช้งานมานานหลายกิโลเมตรเเล้วไม่มีการซ่อมบำรุง จึงอยากเเนะนำเจ้าภาพให้ไปสืบหาความจริงด้านนี้ ผมได้ส่งสัญญาณเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนทำการเมืองแล้ว ในการรวบรวมรายชื่อออกกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะ เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญกลางมาตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น” นายสุชัชวีร์ กล่าว

นายสุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า แรงสั่นสะเทือนของรถไฟที่ขับผ่านในช่วงเวลาก่อสร้างส่งผลกระทบน้อยมากกับการที่เครนจะหล่นลงมา หรือแทบไม่มีผลเลย ซึ่งตนมองว่าการเสียสมดุลของเครน น่าจะเกิดก่อนที่รถไฟจะวิ่งผ่าน เเละเมื่อรถไฟวิ่งผ่านมาพอดีจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น
กรณีนี้เป็นความน่าอับอาย โดยหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบนั้นน่าจะต้องเจ้าของงานโดยตรง ผู้รับเหมารายย่อย เจ้าของเครน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใครจะเป็นคนหาคนมารับผิดชอบเรื่องนี้
“ผมอยู่ในแวดวงวิศวกร ได้เห็นความตายจากภัยพิบัติมามาก ส่วนใหญ่ คนผิดมักลอยนวลเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาล ต้องดูหลักฐานประกอบเมื่อหลักฐานไม่เพียงพอ ก็โยนไปว่าเป็นอุบัติเหตุ โดยไม่มีใครคาดการณ์มาก่อน” นายสุชัชวีร์ กล่าว
ส่วนความเสียหาย ก็ไปฟ้องร้องกับบริษัทประกัน ทำให้ผู้สูญเสียและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ในต่างประเทศมีองค์กรที่เรียกว่า องค์กรเพื่อความปลอดภัยเพื่อสาธารณะ ที่เป็นองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบสาเหตุและจะไม่มีการยอมหรือถอนใดๆ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจสอบเพื่อดูหลักฐานทั้งหมดก่อน ซึ่งในประเทศไทยไม่มีองค์กรแบบนี้

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนมีแนวนโยบายผลักดันองค์กรดังกล่าวให้เกิดขึ้นในไทย ขอให้ประชาชนเข้ามาร่วมกันลงชื่อ รวมถึงทุกพรรคเข้ามาผลักดันเพื่อมีเจ้าภาพ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ด้านกฎหมาย แพทย์ และประชาชน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างหรือหน่วยงานใดลงมาดู และเมื่อเก็บหลักฐานหาสาเหตุเพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งทางอาญาและแพ่งเหมือนกับต่างประเทศ
แต่วันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกลับไม่เข็ดหลาบ ขณะนี้หลักฐานหายหมดแล้ว ดังนั้นจำเป็นต้องป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นโครงการต่างๆ ขณะเดียวกันต้องการให้รัฐเยียวยาดูแลผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ เพราะจะรอเรียกค่าเสียหายจากภาคเอกชนก็จะโยนให้กับบริษัทประกัน ถือว่าไม่มีความยุติธรรมกับผู้สูญเสีย
นายสุชัชวีร์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการปล่อยให้กลุ่มผู้รับเหมาทั้งที่เกิดขึ้นตึก สตง.ถล่ม ยังเข้ามารับโครงการใหญ่มูลค่ามหาศาลจนเกิดความเสี่ยง ตอนนี้จะอ้างเรื่องสัญญาไม่ได้ เพราะเคยเกิดเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้ว กรณีนี้จึงไม่ควรเกิดขึ้นอีก ซึ่งตนห่วงเครนประเภทนี้มาก เพราะเกิดเหตุในลักษณะคล้ายกับในพื้นที่ย่านลาดกระบังในช่วงปี 2566
ขณะที่หลักความปลอดภัยสากลนั้นเวลามีการปรับเรื่องโครงสร้างใหญ่ที่อันตรายเหนือหัวต้องไม่มีกิจกรรมข้างล่าง ไม่ใช่แค่รถไฟผ่าน แม้กระทั่งรถขนของหรือคนเดินก็ผ่านไม่ได้ จึงขอตั้งคำถาม 5 ข้อ ที่รัฐจะต้องให้คำตอบ 1.มีกิจกรรมก่อสร้างได้อย่างไรในขณะรถไฟวิ่งผ่าน
2.ผู้รับเหมาเป็นเครือเดียวกับที่รับการก่อสร้างที่ตึก สตง.พิสูจน์แล้วว่าทำให้เกิดความเสียหาย แล้วเข้ามาดำเนินการในโครงการนี้ได้อย่างไร 3.สาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการเร่งรัดการทำงานก่อสร้างใช่หรือไม่
4.ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปสืบหาข้อเท็จจริง เพราะไม่มีที่ใดในโลกให้เจ้าของงานไปสืบหาสาเหตุ และ 5.จำเป็นต้องมีเจ้าภาพกลางในการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเฉพาะควรมีกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะ