อนุทิน ถกเครนถล่มซ้ำซาก ฉะหน่วยงานรัฐ โยนกันไปกันมา ถามจะเอายังไงกับอิตาเลียนไทย ยกเหตุตึก สตง.ถล่ม ยังไม่มีใครรับโทษ แจงปมรฟท.ต้องรับผิดชอบ จี้ยกเลิกสัญญา แม้สร้างไปแล้ว 85%
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ม.ค.2569 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม
จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟ โดยสารด่วนดีเซลรางปรับ อากาศขบวนที่ 21 จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสถานีอุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มค. และ เครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ก่อนขึ้นสะพานท่าจีน พื้นที่จ.สมุทรสาครถล่มช่วงเช้า 15 มค.
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการผู้การรถไฟแห่งประเทศไทย อัยการสูงสุด ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์ฯ เป็นต้น
ก่อนการประชุม นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนเชิญประชุมเร่งด่วน เนื่องจากวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเครนการก่อสร้างความเร็วสูงหล่นใส่รถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้รับรายงานว่ามีอุบัติเหตุคล้ายกันจากโครงการยกระดับพระราม 2 เป็นสิ่งที่น่าสลดใจ และน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้วพบว่าเป็นผู้รับจ้างรายเดียวกัน ซึ่งผู้รับจ้างรายนี้ ตนอยากให้ทุกคนรับทราบว่า เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวานหรือวันนี้ แต่ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา เอาแค่โครงการที่ไม่ได้เป็นข่าวเยอะแยะ หากเอาโครงการที่ประชาชนสนใจ เริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค. 68 ที่ตึกสตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว
จากนั้น โครงการทางด่วนพระราม 2 บริเวณปากท่อถล่ม จนถึงเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ก็มีเหตุที่ทุกคนทราบ ยังไม่ทันที่จะประชุมเรื่องเมื่อวาน เมื่อเช้าก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ดังนั้น วันนี้ ตนจึงไม่ได้เชิญประชุมเพื่อให้ออกมาตรการ แก้กฎหมาย ออกกฎกระทรวงอย่างไร เพราะต้องดำเนินการอยู่แล้ว
แต่ตนคิดว่ากฎหมายควบคุมการก่อสร้าง หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดจ้าง ผู้รับเหมาะก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานคงต้องมีปัญหาแล้ว ยกตัวอย่างตึกสตง. ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิก ก็ปรับหรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่เสร็จ ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ
ถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะที่สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆกับผู้รับจ้าง ไม่มีขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน ไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 และมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ปกติ และกระทั่ง 2 เหตุการณ์ล่าสุด
นายอนุทิน กล่าวว่า สื่อมวลชน และผู้สนใจตั้งคำถามว่า พวกเราทำอะไรกันอยู่ ตนโดนหนักเลย ว่าทำไมเล่นงานรฟท. ขอชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ เหตุการณ์เครนหล่นใส่รถไฟ ที่นครราชสีมา รฟท. ต้องรับผิดชอบเพราะผู้เสียชีวิตใช้บริการ รฟท. ยังไม่นับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้รับจ้าง แต่สิ่งที่ รฟท. หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ คือผู้โดยสารที่กำลังเดินทางโดยรถไฟ แล้วไปประสบเหตุ
อย่างไรก็ไม่พ้น ผู้รับเหมารับผิดต่อรฟท.อยู่แล้ว แต่รฟท.ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการ เพราะคือขนส่งมวลชน ดังนั้น คนที่บอกว่า รฟท.ไม่เกี่ยว แต่นายกฯ ไปหาเรื่องผู้ว่าฯรฟท. ตนไม่ได้หาเรื่อง แต่พูดตามเนื้อผ้า
ขณะนี้ไม่มีผู้ว่าฯรฟท. มีแต่รองผู้ว่าฯรฟท. รักษาการผู้ว่าฯรฟท.อยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เเกิดขึ้น คนที่รับผิดชอบคือหัวหน้าราชการสูงสุด ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย ก็อยากให้ทุกท่านเข้าใจก่อน
“มันมีความรับผิดชอบที่เกิดขึ้น 2 อย่างสำหรับเหตุการณ์เมื่อวาน คือ 1.รัฐในฐานะผู้ให้บริการประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ให้บริการ และ 2.รัฐต้องไปเรียกร้องความเสียหายหรือดำเนินการใดที่ระบุในสัญญา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ในอนาคตอีก สำหรับผู้ที่จะมาก่อสร้างเหล่านี้กับรัฐ” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมเอาแค่เรื่องนี้ให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปพูดถึงว่าจะทําอย่างไรต่อ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง และนายธเนศ วีระศิริ อดีตนายกสภาวิศวกร
สิ่งที่เราจะต้องดําเนินการ ในฐานะนายกฯ ตนขอถามว่า จะดําเนินการกับ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้อย่างไรสําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกันในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ถ้าท่านยังบอกว่าทําอะไรไม่ได้ เขายังต้องสร้างต่อไป เลิกสัญญาก็ไม่ได้ เรียกร้องความเสียหายก็ไม่ได้ ขึ้นบัญชีดําก็ไม่ได้ ระงับการประมูลโครงการใหม่ๆ ก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็จะทําให้เรามีปัญหาแน่นอน
“ถ้าผมจะเอาตัวรอด ก็ต้องบอกว่า ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ ผูกพันอะไรไม่ได้ สภาก็ไม่มี แก้ไขกฎหมายไม่ได้ ถ้าพูดแบบนี้ ท่านจะทําอย่างไรต่อ ถ้าท่านยังเป็นหน่วยงานราชการ ที่ต้องดําเนินการให้เกิดความชัดเจน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ตรงนี้เป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวอยู่ ผมไม่พูดหรอกว่านี่เป็นรัฐบาลรักษาการ
อีก 3 สัปดาห์จะมีเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ยังเป็นรัฐบาล นายบวรศักดิ์ ก็บอกว่ารักษาการไม่มี ความรับผิดชอบยังเต็มอยู่ ฉะนั้นเราต้องมานั่งแก้ไขปัญหา ผมยังใช้สิทธิ์ความเป็นรัฐบาล เป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ เที่ยวนี้ผมคงยอมไม่ได้“ นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า ที่จะบอกว่างั้นก็หยุดงานก่อสร้างไป 2 สัปดาห์ แล้วรายงานมา แล้วทํางานต่อไป เมื่อสักครู่ยังไม่ทันเดินเข้าห้องประชุม ก็มีคนมารายงานว่า เขาทํางานไป 85 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลืออีก 15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านสั่งให้เขาหยุด เดี๋ยวงานไม่เสร็จ ไม่เสร็จก็ไม่เสร็จ
ถ้าปล่อยให้มันเสร็จ ก็ต้องเสี่ยงว่าจะมีอะไร อันตรายอย่างนี้อีกหรือไม่ ถ้าจําเป็นจะต้องยกเลิกสัญญา ต้องหาคนมาทําใหม่ในส่วนที่เหลือ จะใช้เงินเท่าไหร่ ในสัญญา ตนเชื่อว่ามีระบุไว้ ส่วนเกินก็จะต้องเรียกร้องกับหลักประกันสัญญา และเรียกร้องกับผู้รับจ้างที่จะต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้ทิ้งงาน
ตอนเขาพูดเป็นกรอบอย่างนี้ไว้ก่อน เพราะในส่วนนี้จะมีทั้ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎี อัยการสูงสุด และปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง วันนี้จะต้องมีข้อสรุปจากการประชุมวันนี้ออกไป มันไม่ใช่สิ่งที่ยาก เพราะมันเกิดจากผู้รับจ้างรายเดียวกัน
ฉะนั้น รัฐในฐานะเจ้าของโครงการ ถ้ากลัวเรื่องระเบียบ ตนว่าอย่างไรระเบียบก็ต้องเขียนว่าถ้าคนทํางานไม่ได้มาตรฐาน ทํางานแล้วเกิดอันตรายต่อสาธารณะ ก็ต้องมีช่อง ที่จะดําเนินการใดๆได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้ ที่อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุว่าต้องให้หน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมานั้น หน่วยงานก็ไม่เสนอ พอตนไปจี้ที่หน่วยงาน ก็บอกว่าไม่ได้ เพราะการขึ้นบัญชีดําการประกาศทิ้งงาน อยู่ที่กรมบัญชีกลาง จะโยนกันไปกันมาแบบนี้ไม่ได้
วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันหมด เราจะเดินออกจากที่ประชุมนี้ด้วยมาตรการที่ชัดเจน เกิดความมั่นใจต่อประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของผู้สูญเสีย ที่สําคัญต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติด้วย เราไปบอกให้เขามาลงทุนที่ไทยเยอะ ระบบโลจิสติกส์ ระบบการขนส่ง รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เชื่อมตะวันตกตะวันออกเหนือใต้ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์
“แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ที่ลงไปทั้งหมดก็มีแต่สูญเปล่า มันต้องดําเนินการบางอย่าง ผมพูดมากไปหน่อย เพราะเป็นที่เดียวในโลกที่เกิดเหตุแบบนี้ 2 วันซ้อน เป็นอุบัติเหตุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยมีผู้รับจ้างเป็นคนเดียวกัน ให้ที่ประชุมแห่งนี้อะไร เตรียมดําเนินการให้เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น มีปัญหาเรื่องสัญญา ให้อัยการแสดงความเห็นเพื่อให้เดินต่อไปได้” นายกฯ กล่าว