ปชป. เปิดแผนปฏิบัติการ 90 วันแรกทำได้จริง ผ่านมาตรการ 10 ข้อเร่งด่วน ขู่ฟันคนขวางปราบทุนเทา ผุดแพลตฟอร์มส่องรัฐปราบคอร์รัปชั่น ลั่น 4 ปีเศรษฐกิจโต 5%
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 ม.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคประชาธิปัตย์ เปิด “แผนปฏิบัติการ 90 วันแรก ทำอย่างไรให้ไทยหายจน” นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค ดูแลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าประชาชนจะได้ยินนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ จำนวนมาก หลายคนสับสนว่านโยบายของใครเป็นอย่างไร ที่สำคัญมักเห็นการดีเบตแถลงและวิเคราะห์เจาะนโยบายประชานิยม
สิ่งที่ประชาธิปัตย์ยืนยัน คือการเลือกตั้งมีความหมายมากกว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หลังจากที่ 10 ปีที่ผ่านมาไทยสูญเสียโอกาส พรรคจึงเสนอนโยบายไทยหายจน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลงานภายใน 4 ปี เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อย 5%
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ความเป็นจริงหากเศรษฐกิจดี ประชาชนกินดีอยู่ดี จะหวังพึ่งเงินภาครัฐอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ไทยหายจนคือ ปรับบทบาทภาครัฐและโครงสร้างไปพร้อมกัน
โดยพรรคประชาธิปัตย์มีแผนปฏิบัติการ 90 วันแรกเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 5% คือ รัฐบาลประชาธิปัตย์ชี้ทางให้เห็นสำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ ประชาชนว่าเศรษฐกิจเดินไปทางไหน จะเป็นผู้เปิดทางด้วยการลงทุน คน โครงสร้างพื้นฐาน ปรับแก้หลายอย่างที่ทับซ้อน และการต่างประเทศเชิงรุก เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย
นอกจากนั้นจะไม่ขวางทางด้วยการปฏิรูปปรับรื้อ กฎหมายที่ซ้ำซ้อน รวมถึงจำเป็นต้องดูแลประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะผู้เปราะบาง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยกระดับภาคเกษตรเป็นเกษตรแปรรูป ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์เท่านั้นแต่เป็นผลิตภัณฑ์ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปการเกษตร
ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ไม่ใช่ทำแค่ชิ้นส่วน แต่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเชื่อมโยงต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ภาคบริการ ท่องเที่ยวที่ยกระดับต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ สุขภาพ อุตสาหกรรมเวลเนส ชีววิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การแพทย์
นอกจากนั้น คือ เศรษฐกิจดิจิทัล เป็นการหารายได้จากเทคโนโลยี ครอบคลุมการเงิน การค้าปลีกที่เป็นธรรม สร้างรายได้ให้คนไทย และพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด และสำหรับเครื่องมือที่จะใช้ คือ รื้อกฎหมาย ลงทุนทักษะ โครงสร้างพื้นฐาน ใช้การเจรจา การทูตระหว่างประเทศ ในเศรษฐศาสตร์เชิงรุก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นความสำคัญต่อการผลักดันเศรษฐกิจโตให้ได้ 5% ภายใน 4 ปี คือ ให้ความสำคัญกับของที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ แต่ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยระยะสั้น จะใช้ทรัพย์สินของรัฐพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดภาระทางงบประมาณ เปิดให้ประชาชน เอกชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐ เพื่อใช้ในเชิงธุรกิจ ที่ดิน อาคารของรัฐ
รวมถึงการเปิดให้เอกชนลงทุนกับรัฐ เช่น ไฟฟ้า เปิดระบบสายส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ เพื่อให้เกิดการเช่าใช้ในโครงสร้างที่ลงทุนไว้แล้ว หรือระบบการชำระเงินที่เราใช้อยู่ คือ พร้อมเพย์ ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากในโลก แต่ไม่สามารถใช้อย่างทั่วถึง จึงต้องขยายผล
รวมถึงระบบคมนาคม ควรใช้โครงสร้างระบบพื้นฐานทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในราคาเข้าถึงได้ ให้เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน

นายกรณ์ จาติกวณิช
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า จากที่ฟังทุกพรรค มีคนพูดถึงน้อย คือ ภาคการเกษตร โดยยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องยกระดับภาคการเกษตร ให้เป็นอุตสาหกรรรมอาหาร ผ่านโครงการประกันรายได้ ปรับปรุงให้ทันกับยุคสมัยและเหมาะสม แก้ภาระหนี้สินของเกษตรกรที่ทำเป็นระบบ ผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร รับซื้อหนี้ พร้อมหลักประกัน ไม่พักหนี้ มีงบประมาณฟื้นฟูเกษตรกร คือ สร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกร
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในระยะยาวต้องทำ คือ ทำให้ราคาพืชผลสูงอย่างยั่งยืน ปฏิรูปโดยรวม เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน ปุ๋ยราคาถูก และเข้าถึงตลาด ยุทธศาสตร์คือปฏิรูปสหกรณ์ให้ทันสมัย โปร่งใส บริหารรูปแบบบริษัท แปลงจากเกษตรกรจากผู้ขายเป็นผู้ถือหุ้น พร้อมกับเจาะตลาดใหม่ทั่วโลก ใช้เงินกำไรทำอาร์แอนด์อี เพิ่มมูลค่าของผลผลิตได้ในอนาคต

นายกรณ์ จาติกวณิช
ด้าน นางการดี กล่าวถึงฐานของการเติบโตไปสู่เศรฐกิจดิจิทัล คือ การเปิดข้อมูลภาครัฐ ให้ประชาชนใช้บริการภาครัฐง่าย สะดวก ลดซ้ำซ้อน เพื่อความโปร่งใส วันนี้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางการลงทุนด้านข้อมูล แต่สิ่งที่ต้องปลดล็อก ไม่ใช่ที่ดิน พลังงาน หรือน้ำเท่านั้น
ยังมีโอกาสที่เกิดขึ้น คือ ปลดล็อกให้ทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการเชื่อมโยงองค์ความรู้ใหม่ สร้างคนที่ตอบโจทย์อนาคต โดยต้องส่งเสริมเอสเอ็มอี และกลุ่มสตาร์อัพ ให้เข้าถึงการบริการด้านเทคโนโลยีได้ในราคาถูก

นางการดี กล่าวย้ำว่า กลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น ต้องหาทางเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหา ทั้งนี้ มองว่าควรให้ทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นหลักประกันของการขอสินเชื่อ นอกจากนั้น ในการทำงานของกลุ่มเอสเอ็มอีและสตาร์อัพต้องต่อยอดสู่การขยายตลาด และลงทุนได้มากยิ่งขึ้น
ขณะที่กลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน ต้องคำนึงถึงระบบ กยศ. ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านทำงานแลกหนี้ โดยคำนึงถึงวินัยการเงิน และคุ้มครองแรงงานอิสระ ให้มีสัญญาจ้างเป็นธรรม และต่อยอดเข้าถึงบริการการเงิน นอกจากนั้นต้องมีกองทุนสร้างสรรค์ที่ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ตลาดโลกได้

นางการดี เลียวไพโรจน์
ขณะที่ นายวีระพงษ์ กล่าวว่า การเพิ่มจีดีพีให้ประเทศ จาก 1-2% ให้เป็น 5% สามารถทำได้ผ่านการยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหารโลก ผ่านการทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี ซึ่งต้องยกระดับมาตรฐานของความยั่งยืนและการทำงานร่วมกันของเกษตรกร
2.อุตสาหกรรมยานยนต์รถไฟฟ้า ที่ไทยเป็นจุดแข็ง 3.ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงพร้อมกับนวัตกรรม 4.อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยสร้างจุดเด่นให้ประเทศไทย เร่งผลักดันเมืองรอง และเมืองหลักให้เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พัฒนามาตรฐานศูนย์กลางสุขภาพอาเซียน ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัย
5.ภาคการเงิน ไทยไม่ต้องการเป็นศูนย์กลางการฟอกเงิน ดังนั้น ต้องกันไม่ให้สแกมเมอร์เป็นปัญหา ต้องบูรณาการภาครัฐ ทั้งคณะกรรมากรป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ตำรวจ ทำงานร่วมกัน และต้องเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อให้คนตัวเล็ก สร้างมาตรฐานการแข่งขัน
และ 6.อุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนา เช่น ติดโซลาร์เซลที่สามารถขายไฟฟ้าให้รัฐ

นายวีระพงษ์ ประภา
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า แผนปฏิบัติการณ์ภายใน 90 วัน คือ 1.วาระมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องดูความเหมาะสมและประเมิน ทั้งนี้ ต้องเป็นมาตรการที่เงินถึงเร็ว ง่าย ไม่ซับซ้อน
ขณะที่นโยบายที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 27 ข้อ จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ แต่ที่จะทำ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สิทธิเกิดขึ้นทันที เช่น คนพิการ ได้สิทธิ 2 เท่าจากเดิม แต่ต้องรอจัดสรรงงบประมาณปี 2570 จ่ายให้ย้อนหลัง รถไฟฟ้า เหลือ 5-30 บาทแบ่งเป็นโซน ซึ่งจะทำทันทีไม่ได้ ทำได้เฉพาะบางระบบ คือสายสีม่วงและสายสีแดงที่ทำได้ทันทีเพราะมีกองทุนตั๋วร่วม
2.วาระกฎหมายลบล้างความยุ่งยาก กฎระเบียบ เช่น เกี่ยวข้องข้อมูล กฎหมายแม่บทเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ต้องผ่านคณธรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 90 วัน เพื่อให้การเริ่มต้นของกระบวนการสภาฯ ทำได้เร็ว
รวมถึงยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อน หากทำได้ทันทีจะทำ จะบังคับใช้กฎหมายสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม ไม่ปล่อยให้สินค้าที่ถูกเกินจริงมาทำลายกลุ่มเอมเอ็มอี แก้กฎหมายการออมแห่งชาติ เพื่อทำสลากออมทรัพย์จังหวัดและเติมเงินให้เด็กแรกเกิด

3.โครงการที่ประกาศไว้และนำเสนอ จะบัญญัติไว้ในกฎหมายงบประมาณ ปี 70 พร้อมนำเสนอต่อสภาฯ ภายใน 90 วัน
4.พื้นฐานเศรษฐกิจดีมาจากบ้านเมืองที่สุจริต เครื่องมือที่ประหารคอร์รัปชั่นคือ ข้อมูล ดังนั้น 90 วันแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงานรัฐต้องพร้อมให้ตรวจสอบ
5.ปฏิรูประบบราชการ จัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินแห่งชาติ และจัดการกลไกภาครัฐที่ทับซ้อนกันอยุ่ เช่น การบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องสะสาง
6.การจัดสแกมเมอร์และป้องกันการฟอกเงินเทา มีแผนปฏิบัติการ 90 วัน ใครก็ตามในกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรม และเป็นอุปสรรค เตรียมตัวย้ายออก และเพิ่มเครื่องมือทำให้ประสิทธิภาพปราบทุนเทาสูง เช่น ปรับแก้กฎหมายอายัดทรัพย์ที่พิสูจน์ที่มาไม่ได้ เข้มงวดเรื่องการใช้ตัวแทนหรือนอมินี แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ด้วยเงินสดที่เป็นปัญหาฟอกเงิน สามารถออกพระราชกำหนดและใช้เอไอช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินที่ผิดปกติได้ทั้งหมด

7.เรื่องพลังงาน จัดงบช่วยโซลาร์เซล จะเปิดเสรีทันที เดินหน้าให้ค่าไฟลดลงถาวร ต่ออายุใช้งานโรงไฟฟ้าที่หมดอายุสัมปทานโดยรัฐไม่ต้องเสียค่าพร้อมจ่าย เปิดเผยการซื้อไฟฟ้าของ กฟภ. ให้ประชาชนมั่นใจ
8.เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ต้องขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน จะตั้งกลไกรัฐร่วมกับเอกชน ทำงนร่วมกันและช่วยเหลือ เอสเอ็มอี สตาร์อัพ ในเรื่องกองทุน
9. PM 2.5 มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการระงับซื้อพืชผลจากพื้นที่มีการเผา จะผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีอยู่ 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด, เศรษฐกิจหมุนเวียน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นี่เป็นวาระเร่งด่วนภายใน 90 วัน ที่ต้องดำเนินการให้ได้
10.ภัยพิบัติ ยกระดับหน่วยงานป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยภัย เป็นหน่วยงานระดับชาติ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการประสานงานที่มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการช่วยเหลือฟื้นฟูหาดใหญ่ ผ่านซอฟต์โลนปลอดดอกเบี้ย 1 ปี
มาตรการเหล่านี้ก็จะเป็นมาตรการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนตั้งตัวได้จากภัยพิบัติ และมั่นใจได้ว่าเรื่องเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติทำได้

“10 เรื่อง 90 วัน คือสิ่งที่เป็นความพร้อมของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ไม่ได้มีแค่วิสัยทัศน์ ที่ไม่ได้บอกว่าแก้ไม่ได้ เราบอกว่าเราจะใช้อะไรเป็นตัวจัดการ ด้วยประสบการณ์ของคนที่เคยบริหาร ทั้งหมดนี้จะมีการจัดตั้งองค์กรเฉพาะกิจ ผมมีบทเรียนจากการเป็นนายกฯ แล้ว หลายครั้งการสั่งการไป มีมติ ครม.ไป สุดท้ายระบบการติดตามบกพร่อง
ดังนั้น ทั้งมาตรการ 90 วัน ที่เราประกาศ ทั้งนโยบายหลักที่เป็นเข็มทิศเศรษฐกิจ จะมีหน่วยงานเฉพาะกิจเข้ามาติดตามเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงตามที่เราได้บอกไป นี่คือสิ่งที่เราจะบอกกับประชาชนว่า ไทยจะหายจนด้วยคนทำเป็นนั้นต้องทำอย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถจัดการปัญหาทุนเทาได้ การประกาศของพรรคจะทำได้จริงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น กลต. มีข้อสงสัย ไม่มั่นใจว่ามีปัญหาเรื่องในอดีตหรือไม่ ต้องให้หลีกทางไป เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีใครขวางทาง ที่ประเทศไทยถูกมองว่าจัดการปัญหาช้ากว่าประเทศอื่น ต้องเอาคนเหล่านี้ออกไปภายใน 90 วัน