นายกฯ เผยยังไม่มีเสียงสะท้อนหลังบอกเลิกโครงการ ไม่หวั่นเอกชนฟ้องกลับ เมินคนโพสต์ ภท.คุมคมนาคม 10 ปี หวังดิสเครดิต บอกไม่กังวลแต่รำคาญ

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 16 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ต่อมาวานนี้ (15 ม.ค.) เกิดเหตุเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 พื้นที่ จ.สมุทรสาครถล่มว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (16 ม.ค.) จะลงพื้นที่พระราม 2

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวง กำลังประชุมเพื่อรับข้อสั่งการของรัฐบาลไปดำเนินการ

เมื่อถามว่าหลังมีคำสั่งบอกเลิกสัญญา บริษัทเอกชนสะท้อนความเห็นกลับมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีการสะท้อนกลับมาที่ตนเลย ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้สั่งการไป เนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซาก ที่สำคัญเกิดเหตุ 2 ครั้งติดกัน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง

ดังนั้น คงคุยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เราต้องใช้อำนาจทางปกครอง สั่งให้หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา ขอย้ำว่า ใช้คำว่าบอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยกเลิกสัญญา เพราะคำว่ายกเลิกสัญญา ต้องมาดูว่าใครผิดใครถูก แต่ถ้าบอกเลิกสัญญา คือ รัฐเห็นว่าหากกระทำเช่นนี้ต่อไปจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ จึงต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา

เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการกระทรวงคมนาคมแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ

ส่วนบริษัทเอกชนจะมีช่องทางฟ้องกลับรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องได้หมด รัฐบาล และหน่วยงาน ต้องมีความมั่นใจ ซึ่งการประชุมวานนี้ (15 ม.ค.) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด ได้ร่วมหารือด้วย ทุกอย่างเรียบร้อยและมีความเห็นตรงกัน หากทำเพื่อประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน และคนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับ เราก็ต่อสู้ในฐานะรัฐ

ส่วนเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วได้ผู้รับเหมารายใหม่ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานเจ้าของโครงการ นี่คือรัฐเป็นอันตราย เห็นว่าประชาชนของรัฐเป็นอันตราย รัฐก็แจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการเพื่อหยุดความเป็นอันตราย

เมื่อถามว่าการขึ้นบัญชีดำจะมีระยะเวลานานเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วก็มีขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้เป็นหมวดคำว่าทิ้งงาน ซึ่งมีคำจำกัดความอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับไว้แล้ว และรมว.คลัง ก็รับทราบ และดำเนินการ

ส่วนโครงการอื่นๆ ของบริษัทผู้รับเหมารายนี้ จะมีการรายงานอย่างไรบ้างนั้น นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้อง ตนไม่ใช่เจ้าของงาน แต่สั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ห็นสิ่งที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน เมื่อสั่งแล้วก็ต้องไปปฏิบัติ

ส่วนกรณีในโซเชียล มีการโพสต์ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงคมนาคมมาเป็น 10 ปี หากจะเลือกกลับมาอีก ประชาชนต้องยอมรับความเสี่ยง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าใครโพสต์และเจตนารมณ์เป็นอย่างไร

ขออย่าถามเอาข่าว ถามให้โต้เถียงกันไปมา ผู้สื่อข่าวรู้คำตอบดี รู้ว่าใครโพสต์ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการใช้ชีวิตของตน และการทำงานไม่เชื่อเรื่องแบบนี้

เมื่อถามย้ำว่าในช่วงเลือกตั้งอาจถูกหยิบโยงไปดิสเครดิตทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีปัญหา การจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจ

เมื่อถามว่านายกฯไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “รำคาญมากกว่า ไม่ได้กังวล และทำไม่ได้ รำคาญไปก็หายใจลึกๆ 2-3 ครั้ง และแผ่เมตตาไปเท่านั้น”

ส่วนจะทนได้หรือไม่ นายกฯ “ร้องโอ้โห” แล้วบอกว่า เรื่องของความทนก็มาวัดกันสิ พร้อมกล่าวต่อว่า ไม่มีอะไร แผ่เมตตา และแนะนำให้ผู้สื่อข่าวใช้วิธีนี้ด้วยเวลาอารมณ์ไม่ดี แค่หายใจเข้าออก ลึกๆ พุธโธๆ รับรองว่าไม่เกิน 10 ครั้ง ถ้าไม่หลับก็หายโกรธ สำหรับตนส่วนใหญ่จะหลับ พุทโธครั้งที่ 6 ก็หลับแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน