กกต. ร่วมกับ Meta-Facebook ประเทศไทย ติวเข้มการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์แก่พรรค-ผู้สมัครสส. เผยสถิติ E-War Room รับเรื่องร้องเรียน 34 เรื่อง 5 คลิป ชี้ติดตามตัวได้แน่หากทำในไทย
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. พร้อมสำนักงานกกต. ร่วมกับ Meta และ Facebook ประเทศไทย จัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม Meta ในการเลือกตั้งสส. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)
โดยมีผู้บริหารแพลตฟอร์ม Meta และ Facebook ส่งผู้บริหารมาให้การอบรม ในหัวข้อการใช้งานแพลตฟอร์มช่วงเลือกตั้งและการแนะนำมาตรฐานการโฆษณาหลักเกณฑ์การอนุญาตโฆษณาที่เกี่ยวข้องประเด็นสังคมและการเลือกตั้ง
นายแสวง กล่าวขอบคุณ Meta และ Facebook ประเทศไทย รวมทั้งพรรคการเมืองที่เข้าร่วมการอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ และเป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง
การอบรมครั้งนี้ สร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติ ที่ถูกต้องให้แก่พรรคและผู้สมัคร สส. ในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Meta สำหรับการสื่อสารกับประชาชน ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานของแพลตฟอร์ม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

กกต. ร่วมกับ Meta-Facebook ติวเข้มใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ มีร้องเรียน 34 เรื่อง
นายแสวง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ภารกิจหลักของ กกต.ที่สำคัญมีอยู่ 2 ประการคือ การเลือกตั้งสส.และการจัดทำประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเห็นได้ว่ามีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาทุกภาคส่วน สะท้อนว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติทั้งกระบวนการ
กกต. จึงมุ่งมั่นนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้การทำงานด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ความถูกต้องรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วถึง มีความต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องครบถ้วน รวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ พรรคโดยผู้สมัครสส.จะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย การโฆษณาทางการเมือง มาตรฐานความปลอดภัย และความมั่นคงของบัญชีผู้ใช้งาน รวมถึงแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในการใช้แพลตฟอร์ม เพื่อการสื่อสารทางการเมือง ให้สอดคล้องต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กกต. เชื่อมั่นว่าการให้ความรู้ในการใช้แพลตฟอร์ม จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ มีความทันสมัยถูกต้องและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนในยุคดิจิทัลต่อไป และหวังว่าผลจากการอบรมวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออันทรงพลังเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนต่อไป

กกต. ร่วมกับ Meta-Facebook ติวเข้มใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ มีร้องเรียน 34 เรื่อง
นายแสวง กล่าวว่า การหาเสียงในวันนี้มีหลายช่องทาง และที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ ทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ Facebook ที่ใช้แนะนำตัวเองโดยช่องทางนี้ ทั้งระบบสส.เขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและใช้ถ้อยคำ ให้ถูกต้อง ตามระเบียบของ Meta และ Facebook
ส่วนศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) มีการหาเสียงใส่ร้ายทางด้านโซเชียลเป็นอย่างไรนั้น นายแสวงกล่าวว่า ล่าสุด ภาคเอกชนอย่าง Facebook ก็ได้คัดกรองข้อความ การหาเสียงใส่ร้าย แม้จะไม่มีการเลือกตั้ง แต่ในช่วงเลือกตั้ง บริษัทดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนข้อมูล ข้อกฎหมายในการตรวจสอบข้อความต่างๆ ต่อไป ซึ่งได้ประสานงานกันมาตลอด เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดูแลสนามแข่งขันให้ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี คุ้มครองผู้สมัคร
ล่าสุด E-War Room กกต. ได้รับข้อมูลร้องเรียนเข้ามา 34 ข้อความ 5 คลิป ซึ่งเจ้าหน้าที่กกต.กำลังวิเคราะห์เพื่อเสนอว่าข้อความใดขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ขัดกับข้อกฎหมายและขัดกับระเบียบการเลือกตั้ง เช่นการใช้ถ้อยคำก้าวร้าวรุนแรงหยาบคาย
ส่วนวิธีการจัดการตรวจสอบข้อมูลเท็จที่นำเข้าสู่ระบบนั้น มีในส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตำรวจ จะพิจารณาว่าจะลบข้อความหรือไม่ เพราะบางครั้ง เกิดอยู่ที่ต่างประเทศ บางครั้งอาจผิดกฎหมายไทย แต่ไม่ผิดกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ก็จะพูดคุยกัน แต่ถ้าพบว่าจดทะเบียนในไทย ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนสามารถที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน