อนุทิน ลุยสายไหม ตื๊อคนกรุงเลือกภูมิใจไทย ลั่นไม่มี ‘อังเคิล’ ไม่ต้องเกรงใจใครรุกราน เผยเดินกทม.มีแต่คนบอกอย่าเปิดด่าน รักษาชาติรักษาสถาบันไว้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 ม.ค. 2569 ที่ลานอเนกประสงค์ชุมชนหมู่บ้านจิตภาวรรณ 2-3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายวราวุธ ศิลปอาชา และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน) เบอร์ 13 หาเสียง

บนเวทีปราศรัยย่อย นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสมาพบปะทุกคนที่นี่ วันนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่มีความเข้าใจการบริหารราชการแผ่นดินมาด้วยกันในครั้งนี้ ส่วนนายเอกภพเป็นคนที่ทุ่มเททำงานให้ชาวสายไหม และชาวกทม.

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนรู้จักนายเอกภพตั้งแต่สมัยโควิด-19 ซึ่งนายเอกภพโพสต์เฟซบุ๊กตำหนิตนทุกวัน เราต้องเข้าใจว่าสมัยโควิด-19 มีความยุ่งยากมากผู้ป่วยเยอะโรงพยาบาลเต็ม นายเอกภพได้ประสานความช่วยเหลือให้กับพี่น้องชาวสายไหม ตนชอบคนที่รักชาวบ้าน ไม่ต้องมารักตนก็ได้ แต่หากได้คนอย่างเอกสายไหมเข้ามาก็จะช่วยผู้ที่เดือดร้อนได้มากมาย

นายอนุทิน กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสายไหมรอด แต่เอกไม่รอด เพราะตอนนั้นพ่อแม่พี่น้องคงยังไม่คุ้นเคยกับพรรคภูมิใจไทย แต่ครั้งนี้คิดว่าทุกคนเห็นผลงานของพรรคภูมิใจไทย เมื่อเราได้มาเป็นรัฐบาล เราได้ทำในสิ่งที่สัญญาให้กับทุกคนมาตลอด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แม้ว่าเรายังแจ้งเกิดในพื้นที่กทม.ไม่ได้ แต่เราไม่ได้ท้อถอย ยังมีความมุ่งมั่นทำงานให้คนกทม. ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องได้เห็นหน้าตนมากขึ้น เพราะเป็นธรรมดาที่เป็นนายกฯ จะได้ออกทีวีทุกวัน และมีเรื่องอธิปไตยของชาติ

“โชคดีที่ผมไม่มีลุง ไม่มีอังเคิล ก็เลยไม่ต้องเกรงใจใคร ผมเกรงใจคนไทย ใครมารุกรานแผ่นดินไทย ใครทำร้ายประเทศของเรา ผมไม่เกรงใจอยู่แล้ว จึงเข้ากับจังหวะที่เราต้องดำเนินการปกป้องแผ่นดินอย่างเต็มที่”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องทุกคนรับรู้รับทราบ และมีส่วนร่วมในการทำให้รัฐบาลของตนตัดสินใจดำเนินนโยบายอย่างแข็งกร้าว แบบนี้พ่อแม่พี่น้องทุกคนคิดว่าโอเคหรือไม่ ทำให้เราไม่ต้องเสียดินแดน ไม่ต้องถูกเอาเปรียบ ตนเลยเชื่อว่าครั้งนี้ทุกคนคงเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยก็ทำงาน ตอบสนองความรู้สึกความต้องการของคนกทม.ได้

“สิ่งที่ทำมีทั้งประสบความสำเร็จมาก ประสบความสำเร็จปานกลาง ที่ล้มเหลวก็มี แต่ว่าเราแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที ไม่ใช่ให้ความล้มเหลวเกิดขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ไม่กล้าลงพื้นที่กทม.แล้ว แต่พอเดินไปไหนมีแต่คนบอกว่าอย่าเปิดด่านแบบนี้ดีอยู่แล้ว รักษาบ้านเมืองรักษาสถาบันไว้ ทำให้คิดว่าคน กทม.รู้จักพวกเรามากขึ้น ก็เลยขอตื๊ออีกครั้งหนึ่ง”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แม้ว่าเราจะใจเสียไปบ้างเมื่อปี 2566 ที่ไม่สามารถปั่นให้เกิด สส.กทม.ได้ก็ใจเสีย แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งจริงๆ ถึงอย่างไรก็ต้องส่งคนลง เพื่อให้ประชาชนได้มีตัวแทนที่เราเชื่อว่ามีคุณภาพทำงานให้กับทุกคนได้ และมีความกล้าหาญ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นโยบายปราบสแกมเมอร์ ไม่เอาทุนเทา ไม่เอากาสิโน เชื่อว่าถูกใจพ่อแม่พี่น้องทุกคน เราไม่ได้หยุดที่จะทำ และพยายามลดภัยคุกคามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่ตลอด ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของตนดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทลายทุนเทาก็เห็น ไม่เอากาสิโนก็มีความชัดเจน เราไม่ยื่นกฎหมายกาสิโนเข้าสู่สภา

นายอนุทิน ยังถามชาวบ้านที่ร่วมฟังปราศรัยว่าชอบโครงการคนละครึ่งหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านตอบว่าชอบ นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ประชาชนไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ดีๆ รัฐเอาเงินมาโยนให้ แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทุกคนมีความพึงพอใจทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย เป็นนโยบายที่เรากำลังจะทำเฟส 2 แต่ยุบสภาก่อน หากเราได้เข้าไปเป็นรัฐบาลเราจะทำเรื่องนี้ต่อ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนการสร้างกำแพงป้องกันชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่เพื่อให้ทราบว่าเราจะไม่ไปขวาง ตรงไหนทำได้เราจะทำ ตรงไหนทำไม่ได้เมื่อมีสถานการณ์เราจะใช้รั้วลวดหนาม เพื่อกันพืชผลทางการเกษตรเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย

นอกจากนี้ นายอนุทินยังพูดถึงนโยบายทหารอาสาว่า อยากให้ทุกคนมาสมัคร เพราะเชื่อว่าคนอยากเป็นทหารมีเยอะ ถึงกรณีที่ลูกชายจับได้ใบแดง ตนภูมิใจมากถึงขั้นซื้อสติกเกอร์ “รักชาติยิ่งชีพ ส่งไปให้เขา” ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าพ่อมันใหญ่ แต่ตนบอกให้ไปจับเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน