“เจษฎ์” ขอบคุณ “บวรศักดิ์” แจงชัด ปม คสช. แก้ รธน.หมวด 1-2 ทำตามกรอบกฎหมาย ยัน “พรรครักชาติ” ค้าน ยกร่าง รธน. ฉบับใหม่ หวั่นก่อเกิดความแตกแยก-เป็นปัญหาบ้านเมือง
21 ม.ค. 2569 – นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีพรรคการเมืองพยายามนำเรื่องที่ คสช. เคยแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ 2560 มาบิดเบือน ว่า
เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายให้เข้าใจข้อเท็จจริง และกรอบของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกยกร่างในสมัยรัชกาลที่ 9 และผ่านประชามติเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2559 โดยยังไม่ได้มีการสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น จากนั้น ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ได้เสด็จสวรรคตเสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 แล้วจึงเข้าสู่รัชกาลใหม่คือรัชกาลที่ 10
จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการ ให้สอดรับกับการขึ้นครองราชย์ตามกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 4 มาตรา 39/1 วรรค 11 ที่ระบุว่า
“หากมีกรณีที่ พระมหากษัตริย์ พระราชทานข้อสังเกตว่า มีข้อความใดที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม ให้นายกรัฐมนตรี ขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญนั้น คืนมาแก้ไขเพิ่มเติม เฉพาะประเด็นตามข้อสังเกตนั้นและประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง”
นายเจษฎ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ในทำนอง “ทรงให้แก้ไข” ว่าเป็นคำพูดแบบกว้าง แต่สาระคือ ทรงมีพระราชกระแส ทรงมีความคิดเห็น จึงมีความจำเป็นต้องปรับแต่ง หมวด 1 หมวด 2 ให้เหมาะกับกาลสมัยแห่งรัชกาลใหม่ ซึ่งทุกขั้นตอนกระทำภายใต้กฎหมายก่อนที่จะมีการสถาปนารัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 6 เม.ย. 2560
ส่วนที่มีความเห็นแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มองว่า มีความคลาดเคลื่อนในประเด็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ต้องอธิบายว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ประชาชนใช้สิทธิในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจอธิปไตยในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผู้สถาปนารัฐธรรมนูญคือ พระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับเวลาที่ตราพระราชบัญญัติ คือ พระราชาเป็นผู้บัญญัติ แปลชัดเจนว่า กฎหมายทั้งปวงบัญญัติขึ้นโดยพระเจ้าแผ่นดิน
นายเจษฎ์ กล่าวว่า ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนี้เองที่ทำให้กลุ่มบุคคลที่ประสงค์จะดึงฟ้าลงต่ำ นำไปใช้อธิบายเฉไฉในเรื่องการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 จนสร้างความเสียหาย และความเข้าใจผิด ขอให้เข้าใจกันด้วยว่าทุกสิ่งทุกอย่างกระทำภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ครอบคลุมเรื่องนี้แล้ว และมีความจำเป็น เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญในตอนนั้นยังไม่ได้ถูกสถาปนา รัฐธรรมนูญมาถูกสถาปนา เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560
“ขอบคุณ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่อธิบายขยายความในแนวทางเดียวกัน พร้อมย้ำว่า การพูดเพียงว่า หมวด 1 หมวด 2 ไม่แก้ ยังไม่เพียงพอ เพราะยังมีประเด็น พระราชอำนาจ และเนื้อหาอื่นในรัฐธรรมนูญ ที่อาจถูกหยิบยกในการยกร่างฉบับใหม่ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคง จึงเห็นว่า พรรคการเมืองใดที่คิดจะแก้ไข เพิ่มเติม หรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะทำอะไร และกระทบส่วนใดบ้าง”
นายเจษฎ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นประชามติ มองว่า ยังไม่ครบถ้วน คำถามควรมีทั้งเรื่องสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และอีกคำถาม ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด คือวิธีการและเนื้อหาจะเป็นอย่างไร ซึ่งมองว่า ยังเป็นสิ่งที่ขาดไป
ทั้งนี้พรรครักชาติ ไม่เห็นชอบ กับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะยังมีข้อขาดตกบกพร่องอยู่มาก ที่อาจนำไปสู่ความไม่ชัดเจน และก่อให้เกิดความแตกแยก เป็นปัญหาบ้านเมืองต่อไป
พรรครักชาติ – https://www.rakchart.or.th