กัณวีร์ หัวหน้าพรรคพลวัต ชี้ การแก้ไขรธน.จำเป็นต้องนำเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเป็นแกนกลาง ไม่ขอเลือกสีไหนแต่เลือกตามฉันทามติของประชาชน
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 21 ม.ค. 2569 ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน เครือมติชน จัดงาน MATICHON Thailand Election 2026 The Real Politics ทางแพร่งประเทศไทย เปิดเวทีสาธารณะประชันโยบายวิสัยทัศน์ ในเวทีที่2 หัวข้อ ”ผ่าสมการตั้งรัฐบาล : พรรคพลิกเกม” ฟังเสียงพรรคขนาดกลาง ตัวแปร ที่อาจเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการตั้งรัฐบาล
โดยมีผู้ร่วมเวทีได้แก่ นายปริเยศ อังกูรกิตติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย, พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ , นายกัณวีร์ สืบแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลวัต
พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ, นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคปวงชนไทย และนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคโอกาสใหม่
โดยในรอบที่2 จะต้องตอบสถานการณ์ทางการเมืองพร้อมด้วย2ทางเลือก จากนั้นต้องเลือกไพ่3สี ประกอบด้วยน้ำเงิน แดง และส้มพร้อมอธิบายเหตุผล
นายกัณวีร์ ได้คำถาม สิทธิมนุษยชน หรือ ความมั่นคงของรัฐ โดยระบุว่า ความมั่นคงในอดีตเน้นเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบไปด้วยหลายส่วนโดยมองไปที่สิทธิของมนุษย์ตามธรรมชาติคือการเกิด แก้ เจ็บ ตาย
ดังนั้น เราจำเป็นต้องเลือกตรงกลางของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าภาครัฐจะจัดการอย่างไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง เราจำเป็นตรงเอากระดูกสันหลัง ไขสันหลังของระบอบประชาธิปไตยคือ สิทธิของมนุษยชน หากจะให้เลือกฝ่ายใดคงต้องดูว่าองค์ประกอบส่วนใหญ่ที่สูงสุดของประเทศคือกฎหมายรัฐธรรมนูญ
การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้จำเป็นต้องนำเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเป็นแกนกลาง ส่วนความมั่นคงของรัฐจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครองด้วยเช่นกัน แต่คนที่คุ้มครองคือมนุษย์ สิทธิที่สูงสุดของพวกเราคือสิทธิที่เรียกว่าสิทธิตามธรรมชาติของคน
นายกัณวีร์ ขอไม่เลือกสี โดยระบุว่าตนเป็นคนที่ผ่านการเลือกข้างมาเรียบร้อยแล้ว ครั้งที่แล้วเลือกอย่างไรคงต้องเลือกอย่างนั้น ตนเลือกฉันทามติส่วนใหญ่ของประชาชนไม่ได้เลือกข้างเลือกสี ใครก็ตามที่ได้รับฉันทามติส่วนใหญ่ของประชาชนจะมีความชอบธรรมมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศ