นราธิวาส พรรคประชาชาติ เปิดเวทีปราศรัย คลื่นมหาชนนับหมื่นแห่ฟัง “วันนอร์” มั่นใจ แลนด์สไลด์ ชายแดนใต้ กวาด สส. ทะลุ 10 ที่นั่ง ลั่นผลงาน 2 ปีพิสูจน์ฝีมือ ชูธง “ยุติธรรมนำการพัฒนา”
22 มกราคม 2569 – ที่โรงเรียนสวนพระยาวิทยา ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตประธานรัฐสภา
พร้อมด้วยแม่ทัพใหญ่ ในพื้นที่อย่าง นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส และทีมผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอับดุลการีม อัสมาแอ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 2 นายสูเด็ง ตอเฮ ผู้สมัครเขต 3 หมายเลข 3 นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัครเขต 4 หมายเลข 1 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัครเขต 5 หมายเลข 1 เปิดเวทีปราศรัยย่อย เมื่อคืนวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงตอบรับอย่างกึกก้องจากประชาชนเกือบ 10,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมรับฟังนโยบายจนเต็มพื้นที่ สะท้อนถึงกระแสความนิยมที่พุ่งสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า การแข่งขันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้ พรรคประชาชาติมั่นใจ คือ นโยบายที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงผลงานที่พรรคประชาชาติ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเฉพาะบทบาทของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ดูแลด้านความยุติธรรม และลงพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชาติ มีความพร้อมสูงสุด โดยชูผลงาน ที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบทบาทด้านการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน
“เราคัดผู้สมัคร สส. มาอย่างดีเน้นๆ และเชื่อว่า ประชาชนจะตัดสินจากผลงานที่จับต้องได้ พรรคตั้งเป้ากวาด สส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่น้อยกว่า 10 ที่นั่ง และขยับเป้าบัญชีรายชื่อเพิ่มเป็น 3-4 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปเป็นเสียงที่ดังที่สุดสำหรับคนภาคใต้ในสภาฯ” อดีตประธานรัฐสภา กล่าว
นอกจากนี้ พรรคประชาชาติ ยังมีแผนการประเมินคะแนนนิยมอย่างเข้มข้น ผ่านนักวิชาการถึง 3 รอบ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของชาวบ้านอย่างแท้จริง
ขณะที่ นายกูเฮง ยาวอหะซัน ผู้สมัคร สส. เขต 4 หมายเลข 1 กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ว่า แม้ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ แต่บริบทโดยรวมได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือการตั้งคำถามว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากความรุนแรง และใครคือผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งตนขอเลือกพูดถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
นายกูเฮง กล่าวว่า พรรคประชาชาติ ยึดมั่นในหลักความยุติธรรม และได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จในการผลักดัน พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและอุ้มหายฯ ซึ่งเป็นกล่องดวงใจของพรรคประชาชาติในการปกป้องสิทธิมนุษยชน เป็นกฎหมายสำคัญอย่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย จนสามารถบังคับใช้ได้จริงทั่วประเทศ รวมถึงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นกลไกคานอำนาจ และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
“วันนี้ความเป็นธรรมเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่โจทย์ต่อไปคือ คุณภาพชีวิต เราต้องทำอย่างไรให้คนในพื้นที่มีงานทำ มีรายได้ และสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้ในบ้านเกิด” นายกูเฮงกล่าว พร้อมเสนอแนวคิด การเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการผลิต เพื่อสร้างงานนับหมื่นถึงนับแสนตำแหน่งในพื้นที่ หากสามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักลงทุนได้
“ถ้าเราสร้างความปลอดภัยให้นักลงทุนได้ เราจะดึงเม็ดเงินและงานมาให้คนในพื้นที่ได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนคน ลูกหลานเรา ไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านอีกต่อไป” นายกูเฮงระบุ
ในช่วงท้าย พรรคประชาชาติ ยังได้ย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. การปฏิรูปการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต โดยย้ำว่า ศาสนาและการเมือง ต้องเดินควบคู่กัน เพื่อสร้างความยุติธรรม ความเข้าใจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน
การปราศรัยครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก สะท้อนพลังศรัทธาของประชาชน ที่มีต่อพรรคประชาชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำฐานเสียงเดิม แต่ยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพของพรรคประชาชาติที่พร้อมจะ “แลนด์สไลด์” ในพื้นที่นราธิวาส และจังหวัดชายแดนภาคใต้
พรรคประชาชาติ – https://prachachat.org