สุดารัตน์ ปลุกคนกรุงร่วมทวงคืนเงินภาษี 5 แสนล้านที่ถูกโกง กลับคืนกระเป๋าคนไทย อาสาดูแลงบ 4 ล้านล้านไม่ให้ถูกโกง ขอดับเครื่องชนพวกโกงกิน กาเบอร์ 48 เปลี่ยนประเทศ
วันที่ 23 ม.ค.2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินสายพบปะพี่น้องประชาชนในย่านธุรกิจสำคัญอย่างอโศก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อนเคลื่อนขบวนต่อไปยังพื้นที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง
ตลอดเส้นทางได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนวัยทำงานและนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ใช้โอกาสนี้สื่อสารนโยบายเชิงรุก เน้นย้ำความตั้งใจที่จะเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงบประมาณแผ่นดินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังมานาน
คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัวและประชาชนต้องเผชิญกับความยากจน ทั้งที่งบประมาณประเทศพุ่งสูงเกือบ 4 ล้านล้านบาท เป็นเพราะเงินภาษีของประชาชนถูกทุจริตคอร์รัปชั่นไปปีละกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้ควรถูกส่งตรงไปถึงมือประชาชนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่กลับถูกนักการเมืองบางกลุ่มปล้นไปสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว

สุดารัตน์ ปลุกคนกรุงร่วมทวงคืนเงินภาษี 5 แสนล้านที่ถูกโกง กลับคืนกระเป๋าคนไทย
พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้ามาทวงคืนเงินก้อนนี้กลับคืนสู่กระเป๋าของคนไทยทุกคน เพื่อยุติวงจรความเหลื่อมล้ำที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนาน ยืนยันว่าการปราบโกงไม่ใช่เพียงแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องอาศัยคนที่มือสะอาดและมีประสบการณ์จริง
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ตนเคยบริหารกระทรวงสำคัญมาแล้วถึง 4 กระทรวง ดูแลฐานงบประมาณรวมกว่าล้านล้านบาทโดยไม่มีประวัติการทุจริตแม้แต่ครั้งเดียว ที่สำคัญคือพรรคไทยสร้างไทยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงเพราะไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มทุนสีดำหรือสีเทา ทำให้มีความกล้าที่จะจัดการกับข้าราชการและนักการเมืองขี้โกงได้อย่างเด็ดขาด โดยไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมและช่องโหว่ทางกฎหมายเป็นอย่างดี

สุดารัตน์ ปลุกคนกรุงร่วมทวงคืนเงินภาษี 5 แสนล้านที่ถูกโกง กลับคืนกระเป๋าคนไทย
เป้าหมายสูงสุดของการเข้ามาทำงานการเมืองในครั้งนี้คือ การสร้างการเมืองที่สุจริตและโปร่งใส เพื่อไม่ให้ระบบคอรัปชั่นกลายเป็นมรดกบาปที่ตกทอดไปถึงคนรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงอยากขอโอกาสจากประชาชนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ให้พิจารณาเลือกพรรคไทยสร้างไทยเพื่อให้ทุกคะแนนกลายเป็นพลังปกป้องภาษีของทุกคน
มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า แต่จะได้คนทำงานที่จริงจังและซื่อสัตย์เข้าไปดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถ