วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ถามแรง ทำไมเพื่อไทยคว่ำร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ทั้งที่เคยชวนคืนความยุติธรรมคนเสื้อแดง

วันที่ 26 ม.ค. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ระบุว่า [พรรคเพื่อไทยเคยชวนพรรคก้าวไกลแก้กฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อคืนความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง พรรคประชาชนก็ให้ความร่วมมือ แต่สุดท้ายกลับเป็นพรรคเพื่อไทยเองที่คว่ำร่างกฎหมายนั้นเสียเอง]

ผมเชื่อว่า การจะคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย และหยุดกงล้อแห่งความอำมหิต ไม่ให้ลูกหลานของพวกเราต้องมาพานพบกับโศกนาฏกรรม จากเหตุการณ์ที่มีการใช้กระสุนจริงถึง 117,923 นัด และกระสุนซุ่มยิงอีก 2,120 นัด จนมีผู้เสียชีวิตมากถึง 99 ศพ รวมทั้งกรณี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ที่อาสาสมัครผู้บริสุทธิ์ต้องมาถูกกระทำอย่างป่าเถื่อนในเขตอภัยทาน

แนวทางที่เป็นรูปธรรม คือ การแก้ไข พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้คดีทุจริตของกองทัพ และคดีอาญาที่ทหารกระทำต่อประชาชน ถูกนำไปพิจารณาคดีในศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลทหารอย่างที่เป็นมา ซึ่งเป็นระบบที่ประชาชนคลางแคลงใจในความยุติธรรม และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เพาะบ่มระบบพวกพ้อง และวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด จนทำให้แม้แต่ทหารที่ดีเองก็ต้องหนักใจ ที่ต้องคอยช่วยเหลือพวกพ้อง รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่กระทำความผิดด้วยความอึดอัดใจ

แต่เกิดอะไรขึ้นกับการพิจารณา พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ว่าในวันที่ 17 มี.ค. 2568 ทำไมพรรคเพื่อไทยถึงคว่ำกฎหมายที่จะโอนคดีทุจริตในกองทัพจากศาลทหาร ไปพิจารณาที่ศาลคดีอาญาทุจริต ทั้งๆ ที่กรรมาธิการจากสำนักงานศาลยุติธรรม คือคุณณรงค์ ทับทิมไสย์ ก็ยืนยันว่าศาลคดีอาญาทุจริตฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการได้ และเป็นเจตนาตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่จะให้ทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ถูกพิจารณาที่ศาลคดีอาญาทุจริตฯ

แล้วพรรคเพื่อไทยก็มาคว่ำกฎหมายนี้ในวาระที่ 3 ด้วยคะแนนเสียง 167 ต่อ 415 ด้วยเหตุผลอะไร ทั้งๆ ที่ในพรรคเพื่อไทย มีเพียง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เท่านั้นที่โหวตเห็นชอบ แม้แต่คุณก่อแก้ว พิกุลทอง และคุณขัตติยา สวัสดิผล ก็ยังโหวตคว่ำ

นอกจากนี้ หากไปอ่านบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ก็จะพบว่า กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่ง คือ นายธงทอง นิพัทรุจิ ได้ให้ความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับการโอนคดีทุจริตของกองทัพมาอยู่ที่ศาลคดีอาญาทุจริตฯ มาโดยตลอด ผมก็อยากจะถามคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และพรรคเพื่อไทยเหมือนกันว่า อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น

ผมแทบไม่เชื่อเลยว่า กฎหมายนี้จะถูกคว่ำโดยพรรคเพื่อไทย เพราะในวันที่ 13 มี.ค. 2568 นพ.เหวง โตจิราการ เพิ่งมายื่นหนังสือให้กับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน เพื่อให้แก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อให้คดีที่ทหารบางคนที่ไม่ดี ซึ่งกล้าทำร้ายและเข่นฆ่าประชาชน ถูกนำไปพิจารณาที่ศาลพลเรือน

ซึ่งในวันนั้น ผมได้บอกกับคุณหมอว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะในวันที่ 17 หลังจากที่ พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้รับการแก้ไขเป็นธงนำไปแล้ว เดี๋ยว พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จะถูกแก้ไขต่อไปให้สอดคล้องกัน แต่สุดท้ายก็กลับถูกคว่ำโดยพรรคเพื่อไทย

ยังไม่หมดครับ ในวันที่ 24 ก.ย. 2568 การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้ผ่านสภาในวาระที่ 1 เรียบร้อยแล้ว จึงมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้นมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ยังส่งชื่อนายธงทอง นิพัทรุจิ คนเดิม เข้ามาเป็นกรรมาธิการ และท่าทีของนายธงทองก็ยังเป็นเช่นเดิม ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ได้แจ้งกับผมว่า ได้หารือกับทางผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยไว้แล้ว

และสุดท้าย ในวันที่ 25 พ.ย. 2568 ซึ่งผมจำได้ไม่มีวันลืม นายธงทอง นิพัทรุจิ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้เสนอให้คดีทุจริตของกองทัพ ที่ร่างเดิมกำหนดให้พิจารณาที่ศาลคดีอาญาทุจริตฯ กลับไปพิจารณาที่ศาลทหารตามเดิม ยังไม่เท่านั้นครับ ในวันที่ 2 ธ.ค. 2568

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา นายธงทองคนเดิม ก็ได้เสนอให้คดีอาญาที่ทหารกระทำต่อประชาชน ซึ่งร่างเดิมกำหนดให้พิจารณาที่ศาลยุติธรรมหรือศาลพลเรือน กลับไปพิจารณาที่ศาลทหารเหมือนเช่นเคย

เกิดอะไรขึ้นครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากได้คำอธิบาย พี่เต้นเคยชวนพรรคก้าวไกลให้มาแก้กฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2566 หลังเลือกตั้ง พวกผมก็ตอบรับคำชวน และตั้งใจทำตามคำชวนเป็นอย่างดี แต่พอมาถึงวันที่ 17 มี.ค. 2568 เป็นต้นมา

ทำไมพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคนชวนเองแท้ๆ ถึงได้หันหลังกลับขนาดนี้ ถึงขั้นคว่ำกฎหมาย ป.ป.ช. ในวาระที่ 3 และยังส่งคนมาตีรวนต่อในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายฉบับต่อมาอีก

เรื่องการปฏิรูปศาลทหาร พวกผมมีความชัดเจนอยู่แล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคประชาชนที่แจ้งไว้กับ กกต. และประกาศบนหน้าเว็บไซต์ ผมอยากขอให้พี่เต้นช่วยเจรจากับพรรคเพื่อไทย ให้อย่าหลงลืมความอยุติธรรมที่เคยเกิดขึ้นกับคนเสื้อแดง วางอคติกับพวกผมลง มีจุดยืนให้มั่น แล้วมาร่วมกันแก้ไขกฎหมายทั้ง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต, พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่วมกันครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน