อนุทิน สั่ง ประกันสังคม แถลงชี้แจง เล็งยกเครื่องใหม่สลัดภาพราชการ สู่บริหารมืออาชีพ ป้อง “พิพัฒน์” ถูกกล่าวหานั่งเครื่องบินหรู เหน็บ บางพรรคหาเสียงด่า ภท. นานกว่าพูดถึงพรรคตัวเอง
เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เรื่องประกันสังคม ว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้เชิญ น.ส.ตรีนุช ปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการประกันสังคม เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวว่าเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ตนไม่เคยได้รับรายงานเลยว่ามีปัญหาอะไร มีปัญหาอะไรร้ายแรงเช่นนั้นหรือไม่
ซึ่งทุกคนยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้เป็นไปตามที่มีการเสนอข่าว โดยตนได้บอกไปว่าจะต้องพูด จะแจ้งแค่นี้ไม่ได้ ต้องไปแถลงข่าวให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถามและตอบข้อสงสัยทั้งหมด ซึ่งในส่วนราชการคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปแถลงข่าว เพราะทำถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง
แต่ตนก็เรียนไปว่าช่วงนี้เป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ และเป็นช่วงยุบสภาด้วย ดังนั้น ถ้าหากเป็นเรื่องของหน่วยงานก็ควรออกมาชี้แจง ซึ่งก็เห็นว่าหลังประชุมคณะกรรมการบอร์ดประกันสังคม ปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการประกันสังคม จะมีการแถลงข่าว
เมื่อถามว่า นายกฯ มีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า มีข้อเสนอแนะเป็นการดำเนินการในหน่วยงาน เสียอย่างเดียวที่ทำให้คนนั้นคิดว่าเป็นหน่วยงานที่ขึ้นกับรัฐบาล เพราะเลขาธิการเป็นข้าราชการประจำ ซึ่งในการดำเนินการนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการและไตรภาคีที่มี 3 ฝ่าย ไม่มีใครสั่งได้อยู่แล้ว
โดยเมื่อเช้าได้พูดคุยกันก็เป็นประเด็นที่ดีเหมือนกัน ถ้าหากพวกตนได้มีโอกาสกลับเข้ามาทำงานต่อและได้กำกับดูแลในส่วนงานนี้ ก็ต้องมาคิดดูว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นอิสระ อาจจะทำในรูปแบบของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แทนที่จะเป็นการโยกย้ายข้าราชการกรมนั้นกรมนี้ มาเป็นเลขาธิการ ซึ่งในเมื่อรูปแบบเป็นคณะกรรมการอยู่แล้วก็น่าจะมีการใช้วิธีการสรรหา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ตนคิดอยู่ในตอนนี้
เมื่อถามว่า จะต้องออกจากระบบราชการโดยให้เอกชนมาบริหารหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนก็คิดของตนไปเรื่อยก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องดำเนินการอะไร เพราะไม่สามารถทำอะไรที่จะผูกพันไปถึงรัฐบาลอื่นได้อยู่แล้ว ตั้งแต่ยุบสภา
เมื่อถามถึงข้อถกเถียงเรื่องสูตรบอร์ดประกันสังคมที่จะมีการตัดอำนาจประชาชนในการเลือกได้เพียง 1 คน จากเดิม 7 คน นายกฯ กล่าวว่า ตนยังไม่เคยลงรายละเอียดถึงที่มาที่ไปของบอร์ดว่าเป็นอย่างไร ต้องถาม รมว.แรงงาน
เมื่อถามกรณีพรรคประชาชนนำเรื่องนี้มาใช้หาเสียงในการโจมตีรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่า บอร์ดประกันสังคมมีอยู่ฝ่ายหนึ่งที่เข้ามาจากการสนับสนุนของกลุ่มพวกนี้ และจริงๆก็อยู่มา 2 ปีแล้ว และค่อนข้างจะมีพลังพอสมควรด้วย เท่าที่ตนทราบ โดยการดำเนินการก็ขึ้นอยู่กับบอร์ด และเรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล รัฐบาลไม่เคยไปก้าวก่าย
เมื่อถามถึงกรณีตอนนี้มีการเปิดประเด็นหลายอย่างที่เป็นจุดด่างพร้อยของประกันสังคม นายกฯ ย้อนถามว่า เช่น? ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เช่น การนั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาสไปดูงานและการตัดสูท นายกรัฐมนตรี กล่าวทันทีว่า “เนี่ย ก็พูดแบบนี้”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ อดีตรมว.แรงงาน ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่เคยนั่งเฟิร์สคลาส เป็นการกล่าวหาลอยๆ ซึ่งพอกล่าวหาด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ก็จบแล้ว ไม่ใช่ว่าอันนี้เท็จแต่ก็ยังมีจริงอยู่ ถ้าจริงก็เปิดเผยมา อันไหนจริงอันไหนผิดระเบียบ ต้องไปดำเนินการร้องเรียน ฟ้อง ป.ป.ช. ว่าทำผิดมาตรา 157 ดำเนินการอย่างเต็มที่เลย
แต่อย่าไปกล่าวหาไปกล่าวหามา ไม่มีประโยชน์ เพราะเราลงโทษกันเองไม่ได้ บ้านเมืองมีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คนไหนผิดไปตรงนั้น ถ้าข้าราชการทำผิดก็ไป ป.ป.ช. ซึ่งคนที่ผิดก็ไม่เคยเห็นรอดสักราย คนที่ไม่ผิดเขาก็ไปชี้แจงข้อกล่าวหา
แต่จะมากล่าวหากันทางโซเชียล สื่อออนไลน์ ผ่านทางการปราศรัย โยนกันไปโยนกันมา เดี๋ยวเขาก็โยนกลับมาบ้าง มันก็ไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นว่าทะเลาะกันให้ประชาชนเห็น ไม่มีประโยชน์
เมื่อถามว่า ช่วงการหาเสียงจะต้องตั้งทีมของพรรค เพื่อดูเรื่องการสาดโคลนช่วงการหาเสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ช่วงนี้หายใจยาวๆ นิ่งๆ เดินเข้าหาประชาชนอีก 2 อาทิตย์ พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ไม่ต้องการความขัดแย้ง เกลียดความขัดแย้ง
“จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยโต้ตอบโต้เถียงอะไรใคร เวลาหาเสียงพูดถึงแต่นโยบายของพรรค ไม่พูดถึงพรรคอื่น แต่บางพรรค ขึ้นหาเสียงด่าพรรคภูมิใจไทย 50 นาที พูดถึงพรรคตัวเอง 10 นาที ถามว่าประชาชนได้อะไรขึ้นมา เราไปหาเสียงเพื่อขายนโยบายของพรรคให้กับประชาชน ไม่ใช่ไปด่าพรรคอื่นให้ประชาชนฟัง เราไม่เคยทำแบบนั้น ก็เลยไม่รู้ ทำไมเขาคิดแบบนั้น” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า นอกเหนือจากทีมเศรษฐกิจแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะเปิดตัวทีมบริหารส่วนอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้พูดไปครบแล้ว ตนดูความมั่นคง และการบริหารประเทศ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะควบกระทรวงกลาโหมเองด้วยหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ให้รอดวันที่ 8 ก.พ. ไปได้ก่อน อย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่น ขอดูเป็นเฟสๆ ไปเหมือนคนละครึ่ง ก่อนจะถึงจุดนั้นตนต้องผ่านเฟสเลือกตั้งไปให้ได้ก่อน หลังจากนั้นค่อยว่ากัน ผลจะเป็นอย่างไร ก็พอจะชี้ชะตาตัวเอง รู้อนาคตตัวเองว่าจะต้องทำอะไร ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์