ประกันสังคม แจงเก็บเงินเพิ่มเป็น 875 บาท ลั่นไม่ได้ปรับมา 30 ปีแล้ว ชี้บางคนเงินเดือนครึ่งแสน แต่สมทบในเพดานสูงสุด 15,000 บาท ไม่เป็นธรรมกับคนที่ค่าจ้างไม่ถึง แต่ต้องจ่าย 5% เหมือนกัน
วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานประกันสังคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการเก็บเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาท
โดยระบุว่า สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับ จะมีส่วนที่ทุกคนจะได้รับในอัตราเดียวกัน คือ การทำฟัน 900 บาท ค่าคลอด และเงินค่าทำศพ ไม่ว่าจะรายได้เท่าไหร่มีฐานค่าจ้างเท่าไหร่ทุกคนจะได้เหมือนกันหมด แต่จะมีสิทธิประโยชน์อีกส่วนที่สัมพันธ์กับอัตราการส่งเงินสมทบ
“สำนักงานประกันสังคมไม่ได้ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดมาเป็นระยะเวลา 30 กว่าปีแล้ว ฉะนั้นการปรับก็เพื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน เพราะท่านคงได้ยินผู้ประกันตนหลายท่านบ่นว่ารับบำนาญไปน้อยนิด นั่นก็เนื่องมาจากเพดานค่าจ้าง”
“บางคนเงินเดือน 50,000-60,000 บาท แต่นำส่งเงินสมทบด้วยอัตราเพดานสูงสุด 15,000 บาท ฉะนั้นเวลาเราจะจ่ายสิทธิประโยชน์อื่น ก็ต้องจ่ายจากเงินที่ส่งเงินสมทบ จะไปจ่ายตามค่าจ้างจริง ก็ไม่ยุติธรรมกับคนที่ค่าจ้างไม่ถึงเพดานแล้วต้องจ่ายเงินสมทบ 5% ด้วย ทั้งนี้ประโยชน์ทั้งหมดก็เพื่อผู้ประกันตน” นางนิยดา กล่าว
เมื่อถามถึงการเพิ่มสิทธิทันตกรรมให้กับผู้ประกันตน นางนิยดา กล่าวว่า ทางคณะกรรมการการแพทย์ ได้เสนอหลักการและทางคณะกรรมการประกันสังคมได้เห็นชอบไปแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการทำรายละเอียดก่อนออกประกาศ คาดว่าจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งในสิทธิประโยชน์หลักก็จะเป็น 2 เรื่อง คือ 1.การผ่าฟันคุดเพิ่มเติม 2.การรักษารากฟันเทียม
เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้มีการปรับเพิ่มวงเงินในการทำฟันจาก 900 บาท ใช่หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า 900 บาทยังคงเดิม