พล.อ.รังษี เตือนเขมรขุดคูเลต สัญญาณปะทะรอบ 3 คาดเดาความคิด‘ฮุนเซนไม่ได้ ถ้ายิงจรวดเข้ามาในวันเลือกตั้ง รัฐบาล-กกต.-ต้องเตรียมรับมือ

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชา ขุดคูเลตเพิ่มแบบยุทธวิธีบริเวณแนวชายแดนว่า มองว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซ่อมแซมสะพานหรือเส้นทางคมนาคมที่ชำรุดเสียหาย

นั่นเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการสัญจรไปมา ซึ่งมีเหตุผลรองรับ แต่กรณีการขุดคูเลตที่ปรากฏนั้น เป็นคนละประเด็นอย่างสิ้นเชิง

“การขุดคูเลตในลักษณะนี้ คือการดัดแปลงที่มั่นทางทหารเพื่อคิดจะทำสงคราม มันคือการเตรียมความพร้อมทางยุทธวิธี เป็นสิ่งบอกเหตุทางทหารที่ชัดเจนว่ากัมพูชามีแนวโน้มที่จะก่อการปะทะหรือทำสงครามกับเราในรอบถัดไป” หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ระบุ

เมื่อถามถึงโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันอีกครั้ง พล.อ.รังษี วิเคราะห์ว่า วันนี้เชื่อว่าฝ่ายกองทัพไทยมีการเตรียมการและวางแผนโต้ตอบไว้แล้ว หากเกิดการปะทะรอบที่ 3 ส่วนจะมีการปะทะก่อนหรือในวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น ก็มีความเป็นไปได้

“เราไม่สามารถคาดเดาความคิดของฮุนเซนได้ สมมติว่าเขาสั่งยิงจรวดเข้ามาในวันที่ 8 ก.พ.ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง คำถามคือเราจะเลือกตั้งกันได้อย่างไร อะไรก็เกิดขึ้นได้เพราะเขาทำทุกอย่างที่อยากทำ เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาเตรียมรับมือ”

หากสถานการณ์ส่อรุนแรง หรือมีการปะทะเกิดขึ้นจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้อง ถอยคูหาเลือกตั้ง ตามแนวชายแดนที่อยู่ในรัศมีปะทะออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาลและกกต. ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ว่าจะเดินหน้าเลือกตั้งภายใต้มาตรการความปลอดภัยเข้มข้น หรือจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป

ส่วนที่มีข่าวว่าเลขาธิการ สมช. และอัยการ ดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อฟ้องร้องนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการในเหตุปะทะชายแดนนั้น หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้ความเห็นว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจไม่มีผลสัมฤทธิ์หากไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

“ถ้าฟ้องแล้วจับตัวฮุนเซนมาขึ้นศาลในไทยไม่ได้ มันก็เป็นแค่การฟ้องกระดาษเปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เว้นแต่จะทำแบบสหรัฐอเมริกาที่บุกไปจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นั่นถึงจะมีผล เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเห็นชัดว่าฮุนเซนสั่งโจมตีพลเรือนไทย ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ถือเป็นเจตนาฆาตกรรม จะฟ้องอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่ามีความสามารถไปจับตัวเขามาดำเนินคดีได้หรือไม่”

พล.อ.รังษี กล่าวว่า หากตนได้เป็นผู้นำประเทศ แล้วกัมพูชาเปิดฉากโจมตีพลเรือนไทยอีก ตนจะสั่งการตอบโต้แบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน และต้องเป็นการรบนอกประเทศเท่านั้น ตนจะสั่งทำลายบ่อนกาสิโนตลอดแนวชายแดนทั้งหมด นี่คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

หนึ่งคือตัดเส้นทางการเงิน ของฮุนเซน และสองคือทำลายฐานที่มั่นของแก๊งสแกมเมอร์ที่ฝังตัวอยู่ เราต้องรบนอกบ้านเพื่อปิดเกม ถ้ามัวแต่ตั้งรับในบ้าน เราจะไม่มีวันชนะ และไม่สามารถกดดันให้เขาสิ้นสภาพความเป็นภัยคุกคามได้ ที่ผ่านมาเขาสิ้นสภาพไปเยอะแล้วแต่เราดันหยุดรบเอง ทำให้เขาฟื้นตัวได้ เพราะมีคนสมคบคิดอยู่ในประเทศไทย

นอกจากนี้ต้องยกเลิกMOU 43 และMOU 44 แล้วให้กัมพูชาไปสมัครเป็นสมาชิกองค์กร UNCLOS ก่อน ซึ่งไทยเป็นสมาชิกอยู่แล้ว โดย UNCLOS จะเป็นองค์กรกลางกำหนดไหล่ทวีปและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และต้องยอมรับการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ในการปักปันเขตแดน เมื่อเขาอยู่ภายใต้กติกาสากลนี้แล้วค่อยมาคุยเรื่อง MOU ฉบับใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน