ชูวิทย์ เปิดคลิปบิ๊กตร.ปูดดีลลับ ซัด 2 ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คุณสมบัติมีปัญหา-เมา ลั่นรักถึงอยากสั่งสอน แย้มยังมีเน่าอีกเยอะ

วันที่ 29 ม.ค.2569 ที่โรงแรมเดอะเดวิส บางกอก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ตั้งโต๊ะแถลงขถึงพรรคประชาชนที่อ้างมี สส.สีเทาอยู่ในพรรค โดยก่อนเริ่มการแถลง นายชูวิทย์ นำโหลใส่ส้มที่มีข้อความว่า “สีเทา” แปะหน้าโหล แทนสัญลักษณ์ของพรรคประชาชน และที่คั้นน้ำส้ม พร้อมด้วย สตรอว์เบอร์รี แทนสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทย และบลูเบอร์รี่แทนพรรคภูมิใจไทย นำมาใส่จาน รวมถึงกระถางธูปปลอม 5 ดอก และเอกสารต่างๆ

เริ่มต้น นายชูวิทย์ พูดถึงการหาเสียงของพรรคประชาชนในตอนนี้ว่า หลังจากครั้งก่อนตนแถลงเกี่ยวกับพรรคส้ม แต่มีคนมากล่าวว่า ตนไม่มีหลักฐานวันนี้จึงนำหลักฐานมาประกอบ และข้อมูลที่ตนนำมาทั้งหมดวันนี้ได้มาจากคนภายในพรรคส้มส่งให้ ซึ่งครั้งที่แล้วตนได้พูดถึงการทำข้อตกลง ระหว่างบิ๊กตำรวจกับพรรคประชาชนว่า หากทำให้พรรคได้ สส. 10 คนในภาคใต้ได้ ต้องแลกกับการให้มีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาล เพื่อคุมตำรวจ

จากนั้นนายชูวิทย์ เปิดคลิปเสียงบางช่วงบางตอนที่มีลักษณะคล้ายเสียงของอดีตบิ๊กตำรวจระบุพาดพิงถึง “โรม” และ “ชัยธวัช” นายชูวิทย์กล่าวว่า สามารถเปิดได้เพียงบางช่วงบางตอนเท่านั้น เนื่องจากตนมีจรรยาบรรณ และตอนนี้อยู่ในระหว่างการหาเสียง

นายชูวิทย์ ยังเปิดหลักฐานที่ได้จากการสุ่มหยิบส้มในโหล 1 ลูก ซึ่งได้หมายเลข 6 ที่เป็นตัวแทนภาคเหนือ หรือ จ.แพร่ ก่อนจะเปิดเผยภาพของ น.ส.ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 1 จ.แพร่ หมายเลข 4 ที่เมื่อปี 2566 นายโชคชัย พนมขวัญ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี และได้แต่งตั้ง น.ส.ขวัญรัตน์ ที่เป็นหลานให้เป็นรองนายกเทศมนตรี ขณะนั้น น.ส.ขวัญรัตน์มีอายุเพียง 33 ปี ทำให้ขาดคุณสมบัติที่อายุต้องไม่ต่ำกว่า 35 ปี ทำให้ดำรงตำแหน่งได้เพียง 1 เดือนก่อนจะถูกปลดออก พร้อมให้นำเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ มอบคืน

“ส่วนตัวมองว่าความผิดที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว แต่พรรคส้มกลับไม่ตรวจสอบและคัดสรรคุณสมบัติ ทำให้ น.ส.ขวัญรัตน์ มาลงสมัคร สส.อีก ซึ่งเรื่องนี้ทำให้พรรคส้มไม่มีจริยธรรมของนักการเมือง เรื่องนี้สนิมเกิดจากเนื้อในส้ม” นายชูวิทย์ กล่าว

นายชูวิทย์ พูดต่อว่า การคัดสรรของพรรคส้มมีปัญหาอย่างรุนแรง ทั้งเทาเข้ม เทากลาง และกรณี น.ส.ขวัญรัตน์ นับเป็นเทาอ่อน “แค่การคัดสรรผู้สมัครยังมีปัญหา นับประสาอะไรจะดูแลคนทั้งประเทศ” ครั้งนี้พูดจากหลักฐานเอกสาร จะมากล่าวหาว่าตนไม่มีหลักฐานไม่ได้แล้ว

ก่อนที่นายชูวิทย์ จะหยิบส้มอีก 1 ลูกนำออกมาหั่นเป็นสองท่อน พร้อมระบุว่า สภาพส้มปัจจุบันเป็นแบบนี้ ถูกแบ่งครึ่งเป็นสองฝั่ง ไม่งั้นตนที่เป็นคนนอกจะเอาข้อมูลมาจากไหน จากนั้นนำส้มมาคั้นแล้วดื่มโชว์

นายชูวิทย์ เผยต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ ไปช่วยหาเสียงใน จ.แพร่ก็เปล่าประโยชน์ และตนมาครั้งนี้ เพื่อมาสั่งสอนในฐานะรุ่นพี่ที่สถาบันเดียวกัน อยากให้พรรคประชาชนเลิกพฤติกรรมปราศรัยหาเสียงแบบปลุกระดม เช่น “ขวาพิฆาตซ้าย ซ้ายพิฆาตขวา” เพราะรูปแบบนี้ตนเคยผ่านมาแล้ว จะทำให้เกิดความแตกแยก เจ็บแค้นชิงชังในกลุ่มของประชาชนด้วยกัน

เนื่องจากพรรคส้มมักพูดในเชิงว่า เป็นรัฐบาลไม่ได้ ทั้งที่ทำตัวเองมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรอบที่ 1 และ 2 ที่เล่นเรื่องสถาบัน ส่วนรอบที่ 3 มีโอกาสแต่ก็ไปยกดันนายอนุทินแทน อีกทั้งยังเรียกร้องเรื่องประกันสังคมให้นำออกจากระบบ ตนมองว่าหากทุกคนไม่จ่ายแล้วใครจะจ่าย สิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

นายชูวิทย์ มองว่า พรรคส้มเป็นคนสมัยใหม่ที่มีความอันตรายจากการหาเสียงเช่นนี้ จึงอยากขอเตือนหากยังไม่หยุดก็จะหยิบหลักฐานที่มีอยู่ขึ้นมาเปิดเรื่อยๆ จนถึง 6 โมงเย็นของวันที่ 7 ก.พ.

นายชูวิทย์ ยังเปิดคลิปที่ นายพิธา พูดถึงเรื่องทหารมีไว้ทำไม ก่อนที่จะกล่าวว่า พรรคส้มเล่นเรื่องสถาบันไม่ได้ ก็มาที่กองทัพ เมื่อสองสิ่งนี้ไม่ได้ก็มาโจมตีเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยพูดเรื่องปากท้องประชาชน ก่อนจะนำบลูเบอร์รี่มาผสมกับสตรอว์เบอร์รีและระบุว่า พรรคส้มเป็นคนสร้างพรรคน้ำเงินขึ้นมาเอง และนี่คือสูตรรัฐบาลครั้งถัดไป พรรคส้มจะได้เป็นฝ่ายค้านต่อไป

“พรรคส้มยังมีเน่าอีกเยอะ เหมือนเด็กงอแง เหมือนลูกคนรวยที่เอาแต่ใจตัวเอง โทษแต่คนอื่น” นายชูวิทย์กล่าว

นายชูวิทย์ ยังเปิดคลิป 1 ในผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน พื้นที่กทม. แต่เบลอหน้า ภายในคลิปมีลักษณะผู้สมัครมีอาการมึนเมา จากนั้นมีคนถ่ายคลิปและบอกกล่าวประมาณว่า “ให้ตำรวจเห็นไม่ได้ จะซวย และแนะนำให้ขึ้นไปก่อน“

ซึ่งเรื่องนี้ขอยังไม่เปิดเผยตัวคลิปเต็ม เพราะไม่อยากโจมตีหรือทำลาย แต่อยากเตือนอย่างแรงกับรุ่นน้อง ในการที่ควรมีผู้สมัคร สส.มีพฤติกรรมลักษณะนี้ ชี้ให้เห็นว่าไม่มีคุณสมบัติในการคัดสรรมากพอ แม้ว่าคลิปดังกล่าวยังไม่ได้เป็นคดีความ หรือเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน รวมถึงมีการตรวจสารเสพติดหรือไม่นั้น เรื่องดังกล่าวจะบอกว่าตนขู่ก็ยอมรับ แต่ต้องการขู่เพื่อให้หยุดพฤติกรรมปราศรัยในลักษณะปลุกระดม แต่ถ้ายังไม่หยุดจะได้เห็นดีกัน โดยการแฉเรื่อยๆจนกว่าจะรู้ว่าเป็นใคร และขอย้ำว่า “เพราะรักถึงอยากสั่งสอน”

ทั้งนี้ ถึงแม้พรรคส้มจะหยุดหาเสียงด้วยการปลุกระดมก็ตาม ส่วนตัวจะต้องพิจารณาก่อน เนื่องจากพรรคส้มมีเทาเยอะ และเลือกตั้งก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง ตนยอมรับว่าได้เลือกพรรคส้มมา แต่ครั้งนี้ขอคิดดูก่อน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน