โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 “พรรคพลวัต” กางแผนรื้อโครงสร้างเกษตรไทย เน้นแก้หนี้ยั่งยืน
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2569 บรรยากาศการแข่งขันเชิงนโยบายระหว่างพรรคการเมืองเข้มข้นขึ้นทุกวัน แต่ละพรรคต่างออกแบบนโยบายเด็ดเพื่อดึงดูดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของประเทศ
ท่ามกลางคำมั่นสัญญาที่ล้วนแต่หวังจะแก้ปัญหาหนี้สินที่ตามหลอกหลอนชาวนาชาวไร่มายาวนาน ซึ่ง พรรคพลวัต ก็ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดถึงด้วยมุมมองที่น่าสนใจ
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล เลขาธิการพรรคพลวัต ออกมายืนยันในรายการเกาะติดเลือกตั้ง ’69 ทางช่อง NBT ว่า การแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรต้องออกจากกรอบความคิดเดิมๆ ที่เน้นแค่การพักหนี้ลดหนี้ แต่ต้องมุ่งไปที่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร ด้วยการยกระดับสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและตอบโจทย์ตลาดอย่างแท้จริง
เกษตรยุคใหม่ตลาดนำ นวัตกรรมตาม
นายสรยุทธ ชี้ว่า แนวทางของพรรคพลวัตคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเกษตรไทยให้ตอบโจทย์ยุคสมัยใหม่ โดยเริ่มจากการให้ตลาดนำ แล้วใช้นวัตกรรมเป็นตัวตาม
เปลี่ยนรูปแบบจากการผลิตจำนวนมากเพื่อขายสู่ตลาด เป็นการผลิตมูลค่าสูง ด้วยการโฟกัสสินค้าใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น สมุนไพร เมล็ดพันธุ์ และการพัฒนาต่อยอดในระดับเซลล์ทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าในปริมาณที่น้อยลงแต่ได้รายได้ที่สูงขึ้น
พร้อมกับการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ดาวเทียม IoT เครื่องจักรอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังผลักดันให้เป็นเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้เทคนิคปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งช่วยประหยัดน้ำและสร้างคาร์บอนเครดิตที่สามารถขายได้ ทำให้มีตลาดใหม่ที่ไม่ต้องไปแข่งขันด้านราคาเหมือนเดิม
สำหรับสินค้าพื้นฐานที่ยังมีอยู่ พรรคพลวัตจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต เพื่อให้สามารถแข่งขันทางด้านราคาได้ ควบคู่ไปกับการนำเอาข้อมูล Data Land use มาใช้วางแผนการผลิต ทำแพลนนิ่งให้เกษตรกรว่าควรปลูกอะไรในพื้นที่ไหนถึงจะเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และทำให้เกษตรกรได้ราคาที่ยุติธรรม
“การพักหนี้ลดหนี้เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น แต่ถ้าไม่สร้างรายได้ให้เกษตรกร หนี้ก็จะพอกพูนต่อไป” นายสรยุทธ ระบุ
นายสรยุทธ เสนอว่า พรรคพลวัตจะใช้ระบบ Incentive หรือสิ่งจูงใจในการลดหนี้ให้แก่เกษตรกรที่ยอมปรับตัวเป็นเกษตรสมัยใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการผลิต การพัฒนาแหล่งน้ำของตนเอง หรือการปลูกพืชตามแผนและในพื้นที่ที่เหมาะสม
เกษตรกรที่ทำตามนโยบายเหล่านี้จะได้รับการลดหนี้และเงินช่วยเหลือเพื่อสนับสนุนให้สามารถปลดหนี้ออกจากระบบได้อย่างถาวร ไม่ใช่แค่พักหนี้แล้วกลับมาเป็นหนี้อีกเหมือนเดิม
“เราต้องเปลี่ยนภาคเกษตรกรสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงที่สอดคล้องกับตลาดและเทคโนโลยี ซึ่งนี่คือคำตอบที่แท้จริงสำหรับปัญหาหนี้เกษตรกรที่เราเผชิญมากว่า 20 ปี” นายสรยุทธ กล่าวทิ้งท้าย
นายสรยุทธ ย้ำว่า นโยบายนี้ไม่ใช่คำมั่นสัญญาเพื่อหาเสียง แต่เป็นแผนงานที่พร้อมลงมือทำจริงหากพรรคพลวัตได้รับความไว้วางใจจากประชาชน